MAR 1:1 จุดเริ่มต้น​ของ​ข่าวดี​เรื่อง​พระเยซู​คริสต์ พระบุตร​ของ​พระเจ้า
MAR 1:2 ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​บรรดา​ผู้เผยพระวจนะ​ว่า “จง​ดู เรา​ส่ง​ผู้ส่งสาร​ของ​เรา​ไป​ก่อน​เจ้า เขา​จะ​เตรียม​ทาง​ไว้​ให้​เจ้า
MAR 1:3 มี​เสียง​ของ​ผู้หนึ่ง​ร้อง​ใน​ถิ่นทุรกันดาร​ว่า ‘จง​เตรียม​ทาง​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า จง​ทำ​ทาง​ของ​พระองค์​ให้​ตรง!’”
MAR 1:4 ยอห์น​มา​ทำ​พิธี​บัพติศมา ใน​ถิ่นทุรกันดาร และ​ประกาศ​เรื่อง​การ​รับ​บัพติศมา​แห่ง​การ​กลับใจ​เพื่อ​รับ​การ​ยกโทษ​บาป
MAR 1:5 ผู้คน​จาก​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​ชาวเยรูซาเล็ม​ทั้งหมด​พา​กัน​ออก​ไป​หา​ยอห์น พวกเขา​รับ​บัพติศมา​จาก​เขา​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​สารภาพ​บาป​ของ​ตน
MAR 1:6 ยอห์น​สวม​เสื้อ​ขน​อูฐ คาด​เข็มขัด​หนัง​ที่​เอว และ​กิน​ตั๊กแตน​กับ​น้ำผึ้ง​ป่า
MAR 1:7 เขา​ประกาศ​ว่า “ผู้​ที่​จะ​มา​ภายหลัง​ข้าพเจ้า​มี​อำนาจ​ยิ่ง​กว่า​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ไม่​คู่ควร​แม้แต่​จะ​ก้ม​ลง​แก้​สายรัด​รองเท้าแตะ​ของ​เขา
MAR 1:8 ข้าพเจ้า​ให้​พวกท่าน​รับ​บัพติศมา​ใน น้ำ แต่​เขา​จะ​ให้​พวกท่าน​รับ​บัพติศมา​ใน​พระวิญญาณบริสุทธิ์”
MAR 1:9 ใน​เวลา​นั้น พระเยซู​มา​จาก​เมือง​นาซาเร็ธ​ใน​แคว้น​กาลิลี และ​รับ​บัพติศมา​จาก​ยอห์น​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน
MAR 1:10 ทันที​ที่​ขึ้น​จาก​น้ำ พระองค์​เห็น​สวรรค์​แยก​ออก และ​เห็น​พระวิญญาณ​ลง​มา​บน​พระองค์​เหมือน​นกพิราบ
MAR 1:11 แล้ว​มี​เสียง​มา​จาก​ฟ้า​ว่า “เจ้า​เป็น​บุตร​ของ​เรา​ที่​เรา​รัก เรา​พอใจ​ใน​ตัว​เจ้า​อย่าง​ยิ่ง”
MAR 1:12 ทันใดนั้น พระวิญญาณ​ผลักดัน​พระองค์​ออก​ไป​ยัง​ถิ่นทุรกันดาร
MAR 1:13 พระองค์​อยู่​ที่​นั่น​ใน​ถิ่นทุรกันดาร​สี่สิบ​วัน ถูก​ซาตาน​ทดลอง อยู่​ท่ามกลาง​สัตว์ป่า และ​เหล่า​ทูตสวรรค์​คอย​รับใช้​พระองค์
MAR 1:14 หลัง​จาก​ยอห์น​ถูก​จับกุม​แล้ว พระเยซู​มา​ยัง​แคว้น​กาลิลี ประกาศ​ข่าวดี​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า
MAR 1:15 และ​กล่าว​ว่า “เวลา​ที่​กำหนด​ไว้​มาถึง​แล้ว และ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้เข้ามา​แล้ว! จง​กลับใจ​และ​เชื่อ​ข่าวดี”
MAR 1:16 ขณะที่​เดิน​เลียบ​ทะเล​กาลิลี พระองค์​เห็น​ซีโมน​กับ​อันดรูว์​ซึ่ง​เป็น​พี่น้อง​กัน กำลัง​ทอด​แห​อยู่​ใน​ทะเล เพราะ​ทั้งสอง​เป็น​ชาวประมง
MAR 1:17 พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ตาม​เรา​มา แล้ว​เรา​จะ​ทำ​ให้​พวกท่าน​เป็น​ชาวประมง​ที่​จับ​คน”
MAR 1:18 พวกเขา​ทิ้ง​แห​ทันที​แล้ว​ตาม​พระองค์​ไป
MAR 1:19 เมื่อ​เดิน​ต่อ​ไป​อีก​เล็กน้อย พระองค์​เห็น​ยากอบ​ลูก​ของ​เศเบดี​กับ​ยอห์น​ซึ่ง​เป็น​พี่น้อง​กัน ทั้งสอง​อยู่​ใน​เรือ​กำลัง​ซ่อม​แห
MAR 1:20 พระองค์​เรียก​ทั้งสอง​ทันที พวกเขา​จึง​ทิ้ง​เศเบดี​บิดา​ของ​ตน​ไว้​ใน​เรือ​กับ​พวก​ลูกจ้าง แล้ว​ตาม​พระองค์​ไป
MAR 1:21 พวกเขา​เข้า​เมือง​คาเปอรนาอุม พอ​ถึง​วันสะบาโต พระเยซู​ก็​เข้า​ไป​ใน​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว​และ​สอน​ทันที
MAR 1:22 ผู้คน​ต่าง​ประหลาดใจ​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์ เพราะ​พระองค์​สอน​พวกเขา​อย่าง​ผู้มีอำนาจ ไม่​เหมือน​พวก​อาลักษณ์
MAR 1:23 ทันใดนั้น ใน​สถานที่​ประชุม​ของ​พวกเขา​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​มี​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​อยู่​ใน​ตัว เขา​ร้อง​ออก​มา​ว่า
MAR 1:24 “อา! ท่าน​มา​ยุ่ง​อะไร​กับ​พวกเรา เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ? ท่าน​มา​เพื่อ​ทำลาย​พวกเรา​หรือ? ข้า​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​ใคร ท่าน​คือ​ผู้บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า!”
MAR 1:25 พระเยซู​ตำหนิ​วิญญาณ​นั้น​ว่า “เงียบ! ออก​มา​จาก​เขา!”
MAR 1:26 วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​ทำ​ให้​ชาย​คน​นั้น​ชัก ร้อง​เสียง​ดัง แล้ว​ออก​มา​จาก​เขา
MAR 1:27 ทุกคน​ต่าง​ตกตะลึง​จน​ถาม​กัน​ว่า “นี่​อะไร​กัน? เป็น​คำสอน​ใหม่​หรือ? เขา​มี​อำนาจ​สั่ง​แม้แต่​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์ และ​พวกมัน​ก็​เชื่อฟัง​เขา!”
MAR 1:28 ข่าว​เรื่อง​พระองค์​แพร่​ไป​ทันที​ทั่ว​ทุก​แห่ง​ใน​แคว้น​กาลิลี​และ​บริเวณ​โดยรอบ
MAR 1:29 ทันที​ที่​ออก​จาก​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว พวกเขา​ก็​ไป​บ้าน​ของ​ซีโมน​และ​อันดรูว์ พร้อม​กับ​ยากอบ​และ​ยอห์น
MAR 1:30 แม่ยาย​ของ​ซีโมน​นอน​ป่วย​เป็น​ไข้ และ​พวกเขา​บอก​พระเยซู​เรื่อง​นาง​ทันที
MAR 1:31 พระองค์​เข้า​ไป​จับ​มือ​นาง​และ​พยุง​ให้​ลุก​ขึ้น ไข้​ก็​หาย​จาก​นาง​ทันที แล้ว​นาง​ก็​คอย​รับใช้​พวกเขา
MAR 1:32 พอ​ถึง​เวลา​เย็น หลัง​ดวงอาทิตย์​ตก ผู้คน​พา​คน​ป่วย​ทุกคน​และ​คน​ที่​ถูก​ปีศาจ​สิง​มา​หา​พระองค์
MAR 1:33 คน​ทั้ง​เมือง​มา​รวม​กัน​ที่​หน้า​ประตู
MAR 1:34 พระองค์​รักษา​คน​จำนวน​มาก​ที่​ป่วย​ด้วย​โรค​ต่าง ๆ และ​ขับ​ปีศาจ​ออก​ไป​หลาย​ตน พระองค์​ไม่​ยอม​ให้​ปีศาจ​พูด เพราะ​พวกมัน​รู้จัก​พระองค์
MAR 1:35 เช้าตรู่​ขณะที่​ยัง​มืด​อยู่ พระองค์​ลุก​ขึ้น ออก​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว และ​อธิษฐาน​อยู่​ที่​นั่น
MAR 1:36 ซีโมน​กับ​คน​ที่​อยู่​กับ​เขา​ออก​ตามหา​พระองค์
MAR 1:37 เมื่อ​พบ​พระองค์​แล้ว พวกเขา​บอก​ว่า “ทุกคน​กำลัง​ตามหา​ท่าน​อยู่”
MAR 1:38 พระองค์​ตอบ​ว่า “ไป​ที่​อื่น​กัน​เถอะ ไป​ยัง​เมือง​ใกล้เคียง เพื่อ​เรา​จะ​ได้​ประกาศ​ที่​นั่น​ด้วย เพราะ​ที่​เรา​ออก​มา​ก็​เพื่อ​การ​นี้”
MAR 1:39 พระองค์​จึง​ไป​ทั่ว​แคว้น​กาลิลี ประกาศ​ตาม​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว​และ​ขับ​ปีศาจ​ออก
MAR 1:40 คน​เป็น​โรคเรื้อน​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระองค์ คุกเข่า​ลง​และ​วิงวอน​ว่า “ถ้า​ท่าน​เต็มใจ ท่าน​ก็​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​สะอาด​ได้”
MAR 1:41 พระเยซู​รู้สึก​สงสาร จึง​ยื่น​มือ​แตะ​เขา​และ​กล่าว​ว่า “เรา​เต็มใจ จง​สะอาด”
MAR 1:42 เมื่อ​พระเยซู​กล่าว​เช่นนั้น โรคเรื้อน​ก็​หาย​จาก​เขา​ทันที และ​เขา​ก็​สะอาด
MAR 1:43 พระองค์​กำชับ​เขา​อย่าง​เข้มงวด แล้ว​ให้​เขา​ออก​ไป​ทันที
MAR 1:44 โดย​กล่าว​ว่า “อย่า​บอก​เรื่อง​นี้​กับ​ใคร แต่​จง​ไป​แสดง​ตัว​ต่อ​ปุโรหิต และ​ถวาย​สิ่ง​ที่​โมเสส​สั่ง​ไว้​สำหรับ​การ​ชำระ​ตัว​ของ​เจ้า เพื่อ​เป็น​พยาน​แก่​พวกเขา”
MAR 1:45 แต่​ชาย​คน​นั้น​ออก​ไป​แล้ว​เริ่ม​ประกาศ​และ​เล่า​เรื่อง​นี้​ออก​ไป​อย่าง​กว้างขวาง จน​พระเยซู​ไม่​สามารถ​เข้า​เมือง​อย่าง​เปิดเผย​ได้​อีก แต่​ต้อง​อยู่​นอก​เมือง​ตาม​ที่​เปลี่ยว ผู้คน​จาก​ทุก​แห่ง​ก็​พา​กัน​มา​หา​พระองค์
MAR 2:1 เมื่อ​ผ่าน​ไป​หลาย​วัน พระองค์​กลับ​เข้า​เมือง​คาเปอรนาอุม​อีกครั้ง แล้ว​ข่าว​ก็​แพร่​ออก​ไป​ว่า​พระองค์​อยู่​ที่​บ้าน
MAR 2:2 ทันที​นั้น ผู้คน​จำนวน​มาก​มา​รวม​กัน จน​ไม่​เหลือ​ที่​ว่าง แม้แต่​บริเวณ​ประตู และ​พระองค์​ประกาศ​พระวจนะ​ให้​พวกเขา​ฟัง
MAR 2:3 มี​คน​สี่​คน​หาม​คน​เป็น​อัมพาต​มา​หา​พระองค์
MAR 2:4 แต่​เพราะ​ฝูงชน​ทำ​ให้​พวกเขา​เข้า​ไป​ใกล้​พระองค์​ไม่ได้ พวกเขา​จึง​รื้อ​หลังคา​ตรง​บริเวณ​ที่​พระองค์​อยู่ เมื่อ​เปิด​ช่อง​แล้ว ก็​หย่อน​เสื่อ​ที่​คน​เป็น​อัมพาต​นอน​อยู่​ลง​มา
MAR 2:5 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ความเชื่อ​ของ​พวกเขา พระองค์​กล่าว​กับ​คน​เป็น​อัมพาต​ว่า “ลูกเอ๋ย บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​การ​ยกโทษ​แล้ว”
MAR 2:6 มี​อาลักษณ์​บาง​คน​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น และ​กำลัง​คิด​อยู่​ใน​ใจ​ว่า
MAR 2:7 “ทำไม​คน​นี้​จึง​พูด​หมิ่นประมาท​พระเจ้า​อย่าง​นี้? ใคร​จะ​ยกโทษ​บาป​ได้​นอกจาก​พระเจ้า​เพียง​ผู้เดียว?”
MAR 2:8 พระเยซู​รู้​ทันที​ใน​จิตวิญญาณ​ของ​พระองค์​ว่า​พวกเขา​กำลัง​คิด​เช่นนั้น​อยู่​ใน​ใจ จึง​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวกท่าน​จึง​คิด​เรื่อง​เหล่านี้​อยู่​ใน​ใจ?
MAR 2:9 อย่าง​ไหน​ง่าย​กว่า​กัน การ​บอก​คน​เป็น​อัมพาต​ว่า ‘บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​การ​ยกโทษ​แล้ว’ หรือ​บอก​ว่า ‘ลุก​ขึ้น ยก​เสื่อ​ของ​เจ้า แล้ว​เดิน​ไป’?
MAR 2:10 แต่​เพื่อ​ให้​พวกท่าน​รู้​ว่า บุตรมนุษย์​มี​อำนาจ​บน​โลก​ที่​จะ​ยกโทษ​บาป” แล้ว​พระองค์​จึง​กล่าว​กับ​คน​เป็น​อัมพาต​ว่า
MAR 2:11 “เรา​บอก​เจ้า​ว่า ลุก​ขึ้น ยก​เสื่อ​ของ​เจ้า แล้ว​กลับ​บ้าน​ไป”
MAR 2:12 เขา​ก็​ลุก​ขึ้น ยก​เสื่อ​ทันที และ​เดิน​ออก​ไป​ต่อหน้า​ทุกคน ทุกคน​จึง​ประหลาดใจ​และ​ยกย่อง​พระเจ้า พร้อม​กับ​พูด​ว่า “พวกเรา​ไม่​เคย​เห็น​อะไร​แบบ​นี้​เลย!”
MAR 2:13 พระองค์​ออก​ไป​ที่​ริม​ทะเล​อีกครั้ง ฝูงชน​ทั้งหมด​พา​กัน​มา​หา​พระองค์ และ​พระองค์​สอน​พวกเขา
MAR 2:14 ขณะ​เดิน​ผ่าน​ไป พระองค์​เห็น​เลวี​ลูก​ของ​อัลเฟอัส​นั่ง​อยู่​ที่​ด่านเก็บภาษี จึง​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ตาม​เรา​มา” เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​และ​ตาม​พระองค์​ไป
MAR 2:15 ขณะที่​พระเยซู​เอนกาย​รับประทาน​อาหาร​อยู่​ใน​บ้าน​นั้น มี​คนเก็บภาษี​และ​คนบาป​จำนวน​มาก​ร่วม​โต๊ะ​กับ​พระเยซู​และ​สาวก​ของ​พระองค์ เพราะ​มี​คน​เช่นนี้​จำนวน​มาก และ​พวกเขา​ติดตาม​พระองค์
MAR 2:16 เมื่อ​พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริสี​เห็น​ว่า​พระองค์​กำลัง​รับประทาน​อาหาร​กับ​คนบาป​และ​คนเก็บภาษี พวกเขา​จึง​ถาม​สาวก​ของ​พระองค์​ว่า “ทำไม​เขา​จึง​กิน​และ​ดื่ม​กับ​คนเก็บภาษี​และ​คนบาป?”
MAR 2:17 เมื่อ​พระเยซู​ได้ยิน จึง​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “คน​แข็งแรง​ไม่​ต้องการ​หมอ แต่​คน​ป่วย​ต้องการ เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คน​ชอบธรรม แต่​มา​เรียก​คนบาป​ให้​กลับใจ”
MAR 2:18 สาวก​ของ​ยอห์น​และ​พวก​ฟาริสี​กำลัง​อดอาหาร พวกเขา​จึง​มา​ถาม​พระองค์​ว่า “ทำไม​สาวก​ของ​ยอห์น​และ​สาวก​ของ​พวก​ฟาริสี​จึง​อดอาหาร แต่​สาวก​ของ​ท่าน​ไม่​อดอาหาร?”
MAR 2:19 พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เพื่อนเจ้าบ่าว​จะ​อดอาหาร​ได้​หรือ ขณะที่​เจ้าบ่าว​อยู่​กับ​พวกเขา? ตราบใด​ที่​เจ้าบ่าว​ยัง​อยู่​กับ​พวกเขา พวกเขา​ก็​อดอาหาร​ไม่ได้
MAR 2:20 แต่​จะ​มี​วัน​ที่​เจ้าบ่าว​ถูก​พราก​ไป​จาก​พวกเขา แล้ว​ใน​วัน​นั้น​พวกเขา​จะ​อดอาหาร
MAR 2:21 ไม่​มี​ใคร​เอา​ผ้า​ที่​ยัง​ไม่​หด​ไป​ปะ​เสื้อ​เก่า ไม่​เช่นนั้น ผ้าปะ​ใหม่​จะ​หด​และ​ดึง​ผ้า​เก่า​ให้​ขาด รอยขาด​ก็​จะ​ยิ่ง​แย่​กว่า​เดิม
MAR 2:22 และ​ไม่​มี​ใคร​เอา​เหล้าองุ่น​ใหม่​ใส่​ถุงหนัง​เก่า ไม่​เช่นนั้น เหล้าองุ่น​ใหม่​จะ​ทำ​ให้​ถุงหนัง​แตก เหล้าองุ่น​ก็​หก และ​ถุงหนัง​ก็​เสีย แต่​เหล้าองุ่น​ใหม่​ก็​ใส่​ใน​ถุงหนัง​ใหม่”
MAR 2:23 ใน​วันสะบาโต​วัน​หนึ่ง พระองค์​เดิน​ผ่าน​ทุ่ง​ธัญพืช และ​ขณะที่​สาวก​เดิน​ไป พวกเขา​ก็​เริ่ม​เด็ด​รวง
MAR 2:24 พวก​ฟาริสี​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “ดูสิ ทำไม​พวกเขา​จึง​ทำ​สิ่ง​ที่​ไม่​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​ทำ​ใน​วันสะบาโต?”
MAR 2:25 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ไม่​เคย​อ่าน​หรือ​ว่า ดาวิด​ทำ​อะไร​เมื่อ​เขา​กับ​คน​ที่​อยู่​กับ​เขา​หิว​และ​ต้องการ​อาหาร—
MAR 2:26 เขา​เข้า​ไป​ใน​พระนิเวศ​ของ​พระเจ้า​ใน​สมัย​ที่​อาบียาธาร์​เป็น​มหาปุโรหิต และ​กิน​ขนมปัง​ถวาย ซึ่ง​ไม่​มี​ใคร​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​กิน​นอกจาก​ปุโรหิต และ​เขา​ยัง​แบ่ง​ให้​คน​ที่​อยู่​กับ​เขา​กิน​ด้วย?”
MAR 2:27 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “วันสะบาโต​มี​ไว้​เพื่อ​มนุษย์ ไม่​ใช่​มนุษย์​มี​ไว้​เพื่อ​วันสะบาโต
MAR 2:28 ดังนั้น บุตรมนุษย์​จึง​เป็น​เจ้า​เหนือ​แม้แต่​วันสะบาโต”
MAR 3:1 พระองค์​เข้า​ไป​ใน​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว​อีกครั้ง ที่​นั่น​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ลีบ
MAR 3:2 พวกเขา​จับตาดู​พระองค์​ว่า​จะ​รักษา​ชาย​คน​นั้น​ใน​วันสะบาโต​หรือ​ไม่ เพื่อ​จะ​ได้​กล่าวหา​พระองค์
MAR 3:3 พระองค์​กล่าว​กับ​ชาย​ที่​มือ​ลีบ​ว่า “ลุก​ขึ้น​ยืน”
MAR 3:4 แล้ว​พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ใน​วันสะบาโต อนุญาต​ให้​ทำ​ความดี​หรือ​ทำร้าย? ช่วย​ชีวิต​หรือ​ฆ่า?” แต่​พวกเขา​นิ่ง​เงียบ
MAR 3:5 พระองค์​มอง​ไปรอบ ๆ ด้วย​ความโกรธ และ​เศร้าใจ​เพราะ​ใจ​ของ​พวกเขา​แข็งกระด้าง แล้ว​กล่าว​กับ​ชาย​คน​นั้น​ว่า “ยื่น​มือ​ออก​มา” เขา​ก็​ยื่น​มือ​ออก และ​มือ​ของ​เขา​ก็​กลับ​เป็น​ปกติ​ดี​เหมือน​อีก​ข้าง
MAR 3:6 พวก​ฟาริสี​ออก​ไป และ​วางแผน​ร่วม​กับ​พวก​เฮโรเดียน​ทันที​ว่า​จะ​กำจัด​พระองค์​อย่างไร
MAR 3:7 พระเยซู​ถอย​ไป​ที่​ทะเล​พร้อม​กับ​สาวก​ของ​พระองค์ ฝูงชน​จำนวน​มาก​จาก​แคว้น​กาลิลี​และ​แคว้น​ยูเดีย​ติดตาม​พระองค์
MAR 3:8 รวม​ทั้ง​ผู้คน​จาก​เยรูซาเล็ม อิดูเมอา อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน และ​บริเวณ​เมือง​ไทระ​กับ​ไซดอน เมื่อ​ฝูงชน​จำนวน​มาก​ได้ยิน​ถึง​สิ่ง​ยิ่งใหญ่​ที่​พระองค์​ทำ พวกเขา​ก็​มา​หา​พระองค์
MAR 3:9 พระองค์​บอก​สาวก​ให้​เตรียม​เรือ​ลำ​เล็ก​ไว้​ใกล้ ๆ เพื่อ​ไม่​ให้​ฝูงชน​เบียด​พระองค์
MAR 3:10 เพราะ​พระองค์​รักษา​คน​จำนวน​มาก จน​ผู้​ที่​มี​โรค​ต่าง ๆ พา​กัน​เบียดเสียด​เข้า​หา​พระองค์ เพื่อ​จะ​ได้​แตะ​พระองค์
MAR 3:11 ทุกครั้ง​ที่​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​เห็น​พระองค์ พวกมัน​ก็​หมอบ​ลง​ต่อหน้า​พระองค์​และ​ร้อง​ว่า “ท่าน​คือ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า!”
MAR 3:12 พระองค์​กำชับ​พวกมัน​อย่าง​เข้มงวด​ไม่​ให้​เปิดเผย​เรื่อง​พระองค์
MAR 3:13 พระองค์​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา และ​เรียก​คน​ที่​พระองค์​ต้องการ​ให้​มา​หา แล้ว​พวกเขา​ก็​มา​หา​พระองค์
MAR 3:14 พระองค์​แต่งตั้ง​สิบสอง​คน เพื่อ​ให้​พวกเขา​อยู่​กับ​พระองค์ และ​เพื่อ​จะ​ส่ง​พวกเขา​ออก​ไป​ประกาศ
MAR 3:15 ทั้ง​ให้​มี​อำนาจ​รักษา​โรค​และ​ขับ​ปีศาจ
MAR 3:16 คือ ซีโมน ซึ่ง​พระองค์​ให้​ชื่อ​ว่า เปโตร
MAR 3:17 ยากอบ​ลูก​ของ​เศเบดี และ​ยอห์น​พี่น้อง​ของ​ยากอบ ซึ่ง​พระองค์​ให้​ชื่อ​ว่า โบอาเนอร์เกส หมายความว่า “บุตร​แห่ง​ฟ้าร้อง”
MAR 3:18 อันดรูว์ ฟีลิป บารโธโลมิว มัทธิว โธมัส ยากอบ​ลูก​ของ​อัลเฟอัส ธัดเดอัส ซีโมน​ผู้​เป็น​เซโลเต
MAR 3:19 และ​ยูดาส​อิสคาริโอท ผู้​ซึ่ง​ทรยศ​พระองค์ แล้ว​พระองค์​ก็​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง
MAR 3:20 ฝูงชน​มา​รวม​กัน​อีก จน​พวกเขา​ไม่​สามารถ​แม้แต่​จะ​กิน​อาหาร
MAR 3:21 เมื่อ​คนใกล้ชิด​ของ​พระองค์​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ พวกเขา​ก็​ออก​ไป​จับ​ตัว​พระองค์ เพราะ​พวกเขา​พูด​ว่า “เขา​เสียสติ​ไป​แล้ว”
MAR 3:22 พวก​อาลักษณ์​ที่​ลง​มา​จาก​เยรูซาเล็ม​กล่าว​ว่า “เขา​มี​เบเอลเซบูล​อยู่​ใน​ตัว” และ “เขา​ขับ​ปีศาจ​โดย​อำนาจ​ของ​เจ้า​แห่ง​ปีศาจ”
MAR 3:23 พระองค์​เรียก​พวกเขา​มา และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​เป็น​อุปมา​ว่า “ซาตาน​จะ​ขับ​ซาตาน​ออก​ได้​อย่างไร?
MAR 3:24 ถ้า​อาณาจักร​หนึ่ง​แตกแยก​กันเอง อาณาจักร​นั้น​ก็​ตั้ง​อยู่​ไม่ได้
MAR 3:25 ถ้า​บ้าน​หนึ่ง​แตกแยก​กันเอง บ้าน​นั้น​ก็​ตั้ง​อยู่​ไม่ได้
MAR 3:26 ถ้า​ซาตาน​ลุก​ขึ้น​ต่อสู้​กับ​ตัวเอง​และ​แตกแยก​กัน เขา​ก็​ตั้ง​อยู่​ไม่ได้ แต่​ถึง​จุดจบ
MAR 3:27 ไม่​มี​ใคร​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​คน​ที่​มีกำลัง​มาก​และ​ปล้น​ทรัพย์​ของ​เขา​ได้ เว้นแต่​จะ​มัด​คน​นั้น​เสียก่อน แล้ว​จึง​จะ​ปล้น​บ้าน​ของ​เขา​ได้
MAR 3:28 “เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า บาป​ทุกอย่าง​ของ​มนุษย์​จะ​ได้​รับ​การ​ยกโทษ รวม​ทั้ง​คำ​หมิ่นประมาท​ต่าง ๆ ที่​พวกเขา​กล่าว
MAR 3:29 แต่​ผู้ใด​กล่าว​หมิ่นประมาท​พระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้​นั้น​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​รับ​การ​ยกโทษ แต่​ต้อง​รับ​โทษ​ชั่วนิรันดร์”
MAR 3:30 ที่​พระองค์​กล่าว​เช่นนี้​ก็​เพราะ​พวกเขา​พูด​ว่า “เขา​มี​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​สิง​อยู่”
MAR 3:31 แม่​และ​พี่น้อง​ของ​พระองค์​มา​ถึง พวกเขา​ยืน​อยู่​ข้างนอก และ​ส่ง​คน​เข้า​ไป​เรียก​พระองค์
MAR 3:32 ฝูงชน​นั่ง​อยู่​รอบ​พระองค์ พวกเขา​บอก​พระองค์​ว่า “ดูสิ แม่ พี่น้อง​ชาย และ​พี่น้อง​หญิง ของ​ท่าน​อยู่​ข้างนอก​กำลัง​ตามหา​ท่าน”
MAR 3:33 พระองค์​ตอบ​ว่า “แม่​ของ​เรา​และ​พี่น้อง​ของ​เรา​คือ​ใคร?”
MAR 3:34 แล้ว​พระองค์​มอง​ไปรอบ ๆ ที่​คน​ซึ่ง​นั่ง​อยู่​รอบ​พระองค์ และ​กล่าว​ว่า “ดูสิ นี่​คือ​แม่​และ​พี่น้อง​ของ​เรา!
MAR 3:35 เพราะ​ผู้ใด​ทำ​ตาม​พระประสงค์​ของ​พระเจ้า ผู้​นั้น​คือ​พี่น้อง​ชาย พี่น้อง​หญิง และ​แม่​ของ​เรา”
MAR 4:1 พระองค์​เริ่ม​สอน​ที่​ริม​ทะเล​อีกครั้ง ฝูงชน​จำนวน​มาก​มา​รวม​กัน​รอบ​พระองค์ จน​พระองค์​ต้อง​ลง​เรือ​ที่​อยู่​ใน​ทะเล​และ​นั่ง​ลง ส่วน​ฝูงชน​ทั้งหมด​อยู่​บน​ฝั่ง​ริม​ทะเล
MAR 4:2 พระองค์​สอน​พวกเขา​หลาย​เรื่อง​ด้วย​อุปมา และ​กล่าว​ใน​คำสอน​ว่า
MAR 4:3 “จง​ฟัง! ดูสิ ชาวไร่​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ด
MAR 4:4 ขณะ​ที่​เขา​หว่าน เมล็ด​บางส่วน​ตก​ข้างทาง แล้ว​นก ก็​มา​กิน​จน​หมด
MAR 4:5 เมล็ด​บางส่วน​ตก​บน​พื้น​หิน​ที่​มี​ดิน​น้อย และ​งอก​ขึ้น​ทันที เพราะ​ดิน​ไม่​ลึก
MAR 4:6 เมื่อ​ดวงอาทิตย์​ขึ้น มัน​ก็​ถูก​แดด​เผา และ​เพราะ​ไม่​มี​ราก จึง​เหี่ยวแห้ง
MAR 4:7 เมล็ด​บางส่วน​ตก​ท่ามกลาง​ต้นหนาม ต้นหนาม​ก็​โต​ขึ้น​มา​รัด​มัน​ไว้ จึง​ไม่​เกิดผล
MAR 4:8 เมล็ด​บางส่วน​ตก​ใน​ดิน​ดี แล้ว​เกิดผล งอกงาม​และ​เพิ่มพูน บ้าง​ได้​ผล​สามสิบ​เท่า บ้าง​หกสิบ​เท่า และ​บ้าง​หนึ่งร้อย​เท่า”
MAR 4:9 แล้ว​พระองค์​กล่าว​ว่า “ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง”
MAR 4:10 เมื่อ​พระองค์​อยู่​ตามลำพัง คน​ที่​อยู่​รอบ​พระองค์​พร้อม​กับ​สิบสอง​คน​ก็​ถาม​พระองค์​เรื่อง​อุปมา​เหล่านั้น
MAR 4:11 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ได้​รับ​ความลับ​ของ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า แต่​สำหรับ​คน​ที่​อยู่​ภายนอก ทุกอย่าง​กล่าว​เป็น​อุปมา
MAR 4:12 เพื่อ​ว่า ‘เมื่อ​มอง พวกเขา​จะ​มอง​แต่​ไม่​รับรู้ และ​เมื่อ​ฟัง พวกเขา​จะ​ฟัง​แต่​ไม่​เข้าใจ มิฉะนั้น​พวกเขา​อาจ​หันกลับ และ​บาป​ของ​พวกเขา​จะ​ได้​รับ​การ​ยกโทษ’”
MAR 4:13 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ไม่​เข้าใจ​อุปมา​นี้​หรือ? แล้ว​จะ​เข้าใจ​อุปมา​ทั้งหมด​ได้​อย่างไร?
MAR 4:14 คน​ที่​หว่าน​นั้น​หว่าน​พระวจนะ
MAR 4:15 เมล็ด​ที่​ตก​ข้างทาง​หมายถึง​คน​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ เมื่อ​พวกเขา​ได้ยิน ซาตาน​ก็​มา​ทันที​และ​เอา​พระวจนะ​ที่​หว่าน​ไว้​ใน​พวกเขา​ไป
MAR 4:16 เช่นเดียวกัน เมล็ด​ที่​หว่าน​บน​พื้น​หิน​หมายถึง​คน​ที่​เมื่อ​ได้ยิน​พระวจนะ ก็​รับ​ไว้​ด้วย​ความยินดี​ทันที
MAR 4:17 แต่​พวกเขา​ไม่​มี​ราก​ใน​ตัวเอง จึง​อยู่​ได้​เพียง​ชั่วคราว เมื่อ​เกิด​การ​กดขี่​หรือ​การ​ข่มเหง​เพราะ​พระวจนะ พวกเขา​ก็​สะดุด​ทันที
MAR 4:18 ส่วน​เมล็ด​ที่​หว่าน​ท่ามกลาง​ต้นหนาม​หมายถึง​คน​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ
MAR 4:19 แต่​ความกังวล​ของ​ยุค​นี้ ความหลอกลวง​ของ​ทรัพย์สมบัติ และ​ความอยาก​ใน​สิ่ง​อื่น ๆ เข้า​มา​รัด​พระวจนะ จน​ไม่​เกิดผล
MAR 4:20 ส่วน​เมล็ด​ที่​หว่าน​ใน​ดิน​ดี​หมายถึง​คน​ที่​ได้ยิน​พระวจนะ ยอมรับ​ไว้ และ​เกิดผล บ้าง​สามสิบ​เท่า บ้าง​หกสิบ​เท่า และ​บ้าง​หนึ่งร้อย​เท่า”
MAR 4:21 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “มี​ใคร​เอา​ตะเกียง​มา​เพื่อ​วาง​ไว้​ใต้​ตะกร้า หรือ​ใต้​เตียง​หรือ? ไม่​ใช่​เอา​มา​วาง​บน​เชิง​ตะเกียง​หรือ?
MAR 4:22 เพราะ​ไม่​มี​สิ่งใด​ซ่อน​อยู่ นอกจาก​เพื่อ​จะ​ถูก​เปิดเผย และ​ไม่​มี​สิ่งใด​ถูก​เก็บ​เป็น​ความลับ นอกจาก​เพื่อ​จะ​ปรากฏ​ออก​มา
MAR 4:23 ถ้า​ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง”
MAR 4:24 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “จง​ใส่ใจ​สิ่ง​ที่​พวกท่าน​ฟัง พวกท่าน​ใช้​เครื่องตวง​ใด​ตวง ก็​จะ​ตวง​ให้​พวกท่าน​ด้วย​เครื่องตวง​นั้น และ​จะ​เพิ่ม​ให้​แก่​พวกท่าน​ผู้​ฟัง​อีก
MAR 4:25 เพราะ​ผู้​ที่​มี​อยู่​แล้ว จะ​ได้​รับ​เพิ่ม​อีก แต่​ผู้​ที่​ไม่​มี แม้แต่​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ถูก​เอา​ไป​จาก​เขา”
MAR 4:26 พระองค์​กล่าว​ว่า “อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เปรียบ​เหมือน​ชาย​คน​หนึ่ง​หว่าน​เมล็ด​ลง​บน​ดิน
MAR 4:27 เขา​นอน​และ​ตื่น​ขึ้น คืน​แล้ว​คืน​เล่า วัน​แล้ว​วัน​เล่า เมล็ด​ก็​งอก​และ​เติบโต โดย​เขา​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​ขึ้น​ได้​อย่างไร
MAR 4:28 เพราะ​ดิน​ทำ​ให้​เกิดผล​เอง เริ่ม​จาก​ต้นอ่อน แล้ว​เป็น​รวง แล้ว​เมล็ด​ก็​เต็ม​รวง
MAR 4:29 แต่​เมื่อ​ผล​สุก เขา​ก็​ลงมือ​เกี่ยว​ด้วย​เคียว​ทันที เพราะ​ถึง​เวลา​เก็บเกี่ยว​แล้ว”
MAR 4:30 พระองค์​กล่าว​ว่า “เรา​จะ​เปรียบ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​กับ​อะไร​ดี? หรือ​จะ​ใช้​อุปมา​อะไร​อธิบาย?
MAR 4:31 อาณาจักร​นั้น​เหมือน​เมล็ด​มัสตาร์ด ซึ่ง​เมื่อ​หว่าน​ลง​ใน​ดิน แม้​จะ​เล็ก​กว่า​เมล็ด​ทั้งปวง​บน​แผ่นดิน
MAR 4:32 แต่​เมื่อ​หว่าน​แล้ว ก็​เติบโต​ขึ้น​และ​ใหญ่​กว่า​พืชผัก​ทั้งปวง แตก​กิ่ง​ใหญ่ จน​บรรดา​นก​บน​ฟ้า​สามารถ​มา​อาศัย​ใต้​ร่มเงา​ของ​มัน​ได้”
MAR 4:33 พระองค์​กล่าว​พระวจนะ​แก่​พวกเขา​ด้วย​อุปมา​เช่นนี้​อีก​หลาย​เรื่อง ตาม​ที่​พวกเขา​สามารถ​รับฟัง​ได้
MAR 4:34 พระองค์​ไม่​ได้​กล่าว​กับ​พวกเขา​โดย​ไม่​ใช้​อุปมา แต่​เมื่อ​อยู่​ตามลำพัง​กับ​สาวก​ของ​พระองค์ พระองค์​อธิบาย​ทุกสิ่ง​แก่​พวกเขา
MAR 4:35 ใน​วัน​นั้น เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เรา​ข้าม​ไป​ฝั่ง​ตรงข้าม​กัน​เถอะ”
MAR 4:36 พวกเขา​ละ​ฝูงชน แล้ว​พา​พระองค์​ไป​โดย​ที่​พระองค์​ยัง​อยู่​ใน​เรือ มี​เรือ​ลำ​เล็ก​อื่น ๆ ไป​กับ​พระองค์​ด้วย
MAR 4:37 แล้ว​เกิด​พายุ​ลมแรง คลื่น​ซัด​เข้า​เรือ จน​น้ำ​เข้า​เรือ​เต็ม​ไป​หมด​แล้ว
MAR 4:38 พระองค์​อยู่​ที่​ท้าย​เรือ กำลัง​หลับ​อยู่​บน​หมอน พวกเขา​ปลุก​พระองค์​และ​ถาม​ว่า “อาจารย์ ท่าน​ไม่​เป็นห่วง​หรือ​ว่า​พวกเรา​กำลัง​จะ​ตาย?”
MAR 4:39 พระองค์​ตื่น​ขึ้น ตำหนิ​ลม และ​กล่าว​กับ​ทะเล​ว่า “เงียบ! สงบ​ลง!” ลม​ก็​หยุด และ​เกิด​ความสงบ​อย่าง​ยิ่ง
MAR 4:40 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวกท่าน​จึง​กลัว​ขนาด​นี้? ทำไม​พวกท่าน​ถึง​ไม่​มี​ความเชื่อ?”
MAR 4:41 พวกเขา​กลัว​อย่าง​ยิ่ง และ​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​เป็น​ใคร​กัน แม้แต่​ลม​และ​ทะเล​ก็​ยัง​เชื่อฟัง​เขา?”
MAR 5:1 พวกเขา​ข้าม​ไป​ถึง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​ทะเล ใน​ดินแดน​ของ​ชาว​กาดารา
MAR 5:2 เมื่อ​พระองค์​ขึ้น​จาก​เรือ ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​มี​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​สิง​อยู่​ก็​ออก​จาก​สุสาน​มา​พบ​พระองค์​ทันที
MAR 5:3 เขา​อาศัย​อยู่​ใน​สุสาน และ​ไม่​มี​ใคร​สามารถ​มัด​เขา​ได้​อีก แม้แต่​ด้วย​โซ่
MAR 5:4 เพราะ​เขา​เคย​ถูก​มัด​ด้วย​ตรวน​และ​โซ่​หลาย​ครั้ง แต่​เขา​กระชาก​โซ่​จน​ขาด และ​หัก​ตรวน​เป็น​ชิ้น ๆ ไม่​มี​ใคร​มี​กำลัง​พอ​จะ​ควบคุม​เขา​ได้
MAR 5:5 ทั้ง​กลางคืน​และ​กลางวัน เขา​อยู่​ตาม​สุสาน​และ​ภูเขา ร้อง​ตะโกน​และ​เอา​หิน​กรีด​ตัวเอง​อยู่​เสมอ
MAR 5:6 เมื่อ​เขา​เห็น​พระเยซู​แต่​ไกล เขา​ก็​วิ่ง​เข้า​มา​หมอบกราบ​พระองค์
MAR 5:7 และ​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “ท่าน​มา​ยุ่ง​อะไร​กับ​ข้า พระเยซู พระบุตร​ของ​พระเจ้า​ผู้สูงสุด? ข้า​ขอ​ให้​ท่าน​สาบาน​ต่อ​พระเจ้า​ว่า​จะ​ไม่​ทรมาน​ข้า”
MAR 5:8 เพราะ​พระองค์​ได้​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ออก​มา​จาก​ชาย​คน​นี้ เจ้า​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์!”
MAR 5:9 พระองค์​ถาม​เขา​ว่า “เจ้า​ชื่อ​อะไร?” เขา​ตอบ​ว่า “ชื่อ​ของ​ข้า​คือ เลกิโอน เพราะ​พวกเรา​มี​มาก”
MAR 5:10 แล้ว​เขา​ก็​วิงวอน​พระองค์​อย่าง​มาก​ไม่​ให้​ส่ง​พวกมัน​ออก​ไป​จาก​ดินแดน​นั้น
MAR 5:11 ที่​ไหล่เขา​มี​หมู​ฝูง​ใหญ่​กำลัง​หากิน​อยู่
MAR 5:12 ปีศาจ​ทั้งหมด​วิงวอน​พระองค์​ว่า “ส่ง​พวกเรา​เข้า​ไป​ใน​หมู เพื่อ​พวกเรา​จะ​ได้​เข้า​ไป​สิง​มัน”
MAR 5:13 พระเยซู​ก็​อนุญาต​ตาม​คำขอ​ของ​พวกมัน​ทันที วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​จึง​ออก​มา​และ​เข้า​ไป​ใน​หมู หมู​ฝูง​นั้น​ซึ่ง​มี​ประมาณ​สองพัน​ตัว​วิ่ง​กรู​ลง​ทาง​ลาดชัน​สู่​ทะเล และ​จมน้ำ​ตาย​ใน​ทะเล
MAR 5:14 คน​เลี้ยง​หมู​พา​กัน​หนี และ​นำ​เรื่อง​ไป​บอก​ใน​เมือง​และ​ตาม​ชนบท ผู้คน​จึง​ออก​มา​ดู​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น
MAR 5:15 พวกเขา​มา​หา​พระเยซู และ​เห็น​คน​ที่​เคย​ถูก​ปีศาจ​สิง คน​ที่​เคย​มี​เลกิโอน​อยู่​ใน​ตัว กำลัง​นั่ง​อยู่ สวม​เสื้อผ้า และ​มี​สติ​เป็น​ปกติ พวกเขา​ก็​กลัว
MAR 5:16 คน​ที่​เห็น​เหตุการณ์​เล่า​ให้​พวกเขา​ฟัง​ถึง​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​คน​ที่​เคย​ถูก​ปีศาจ​สิง และ​เรื่อง​ของ​หมู
MAR 5:17 พวกเขา​จึง​เริ่ม​วิงวอน​พระองค์​ให้​ออก​ไป​จาก​เขตแดน​ของ​พวกเขา
MAR 5:18 ขณะ​ที่​พระองค์​กำลัง​ลง​เรือ ชาย​ที่​เคย​ถูก​ปีศาจ​สิง​วิงวอน​ขอ​อยู่​กับ​พระองค์
MAR 5:19 แต่​พระองค์​ไม่​อนุญาต และ​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “กลับ​บ้าน​ไป​หา​คนใกล้ชิด​ของ​เจ้า แล้ว​บอก​พวกเขา​ถึง​สิ่ง​ยิ่งใหญ่​ที่​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ได้​ทำ​เพื่อ​เจ้า และ​พระองค์​เมตตา​เจ้า​อย่างไร”
MAR 5:20 ชาย​คน​นั้น​จึง​ไป และ​เริ่ม​ประกาศ​ทั่ว​แคว้น​เดคาโปลิส​ถึง​สิ่ง​ยิ่งใหญ่​ที่​พระเยซู​ทำ​เพื่อ​เขา ทุกคน​ต่าง​ประหลาดใจ
MAR 5:21 เมื่อ​พระเยซู​ข้าม​เรือ​กลับ​ไป​ยัง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง ฝูงชน​จำนวน​มาก​ก็​มา​รวม​กัน​รอบ​พระองค์ ขณะ​ที่​พระองค์​อยู่​ริม​ทะเล
MAR 5:22 ดูสิ มี​หัวหน้า​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว​คน​หนึ่ง​ชื่อ ไยรัส มา​หา​พระองค์ เมื่อ​เห็น​พระองค์ เขา​ก็​หมอบ​ลง​ที่​เท้า​ของ​พระองค์
MAR 5:23 และ​วิงวอน​อย่าง​มาก​ว่า “ลูกสาว​ตัว​น้อย​ของ​ข้าพเจ้า​กำลัง​จะ​ตาย โปรด​มา​วาง​มือ​บน​ลูก เพื่อ​ให้​ลูก​หายดี​และ​มี​ชีวิต​อยู่”
MAR 5:24 พระองค์​จึง​ไป​กับ​เขา ฝูงชน​จำนวน​มาก​ติดตาม​พระองค์ และ​เบียดเสียด​พระองค์​ทุก​ด้าน
MAR 5:25 มี​หญิง​คน​หนึ่ง​มี​เลือด​ไหล​ไม่​หยุด​มา​สิบสอง​ปี
MAR 5:26 นาง​ต้อง​ทนทุกข์​จาก​การ​รักษา​ของ​หมอ​หลาย​คน ใช้​เงิน​ที่​มี​อยู่​จน​หมด แต่​อาการ​ก็​ไม่​ดี​ขึ้น กลับ​แย่​ลง​กว่า​เดิม
MAR 5:27 เมื่อ​นาง​ได้ยิน​เรื่อง​ของ​พระเยซู จึง​เข้า​มา​ทาง​ด้านหลัง​พระองค์​ท่ามกลาง​ฝูงชน และ​แตะ​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์
MAR 5:28 เพราะ​นาง​พูด​ว่า “ถ้า​เพียง​ได้​แตะ​เสื้อผ้า​ของ​เขา ฉัน​ก็​จะ​หาย”
MAR 5:29 ทันที​นั้น เลือด​ที่​ไหล​ก็​หยุด และ​นาง​รู้สึก​ใน​ร่างกาย​ว่า​หาย​จาก​โรค​ที่​ทรมาน​นาง​แล้ว
MAR 5:30 พระเยซู​รู้สึก​ได้​ทันที​ว่า​พลัง​ได้​ออก​จาก​พระองค์ จึง​หัน​กลับ​มา​ท่ามกลาง​ฝูงชน และ​ถาม​ว่า “ใคร​แตะ​เสื้อผ้า​ของ​เรา?”
MAR 5:31 สาวก​ของ​พระองค์​กล่าว​ว่า “ท่าน​เห็น​ฝูงชน​กำลัง​เบียดเสียด​ท่าน​อยู่ แล้ว​ท่าน​ยัง​ถาม​อีก​หรือ​ว่า ‘ใคร​แตะ​เรา?’”
MAR 5:32 พระองค์​มอง​ไปรอบ ๆ เพื่อ​ดู​หญิง​ที่​ทำ​เช่นนั้น
MAR 5:33 แต่​หญิง​คน​นั้น​ทั้ง​กลัว​และ​ตัวสั่น เพราะ​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ตน จึง​มา​หมอบ​ลง​ต่อหน้า​พระองค์ และ​เล่า​ความจริง​ทั้งหมด​ให้​พระองค์​ฟัง
MAR 5:34 พระองค์​กล่าว​กับ​นาง​ว่า “ลูกสาวเอ๋ย ความเชื่อ​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​หาย​แล้ว จง​ไป​อย่าง​สงบสุข และ​จง​หายขาด​จาก​โรค​ของ​เจ้า”
MAR 5:35 ขณะ​ที่​พระองค์​ยัง​กล่าว​อยู่ มี​คน​มา​จาก​บ้าน​ของ​หัวหน้า​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว​และ​บอก​ว่า “ลูกสาว​ของ​ท่าน​ตาย​แล้ว จะ​รบกวน​อาจารย์​อีก​ทำไม?”
MAR 5:36 แต่​ทันที​ที่​พระเยซู​ได้ยิน​คำพูด​นั้น พระองค์​กล่าว​กับ​หัวหน้า​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว​ว่า “อย่า​กลัว เพียง​เชื่อ​เท่านั้น”
MAR 5:37 พระองค์​ไม่​ยอม​ให้​ใคร​ตาม​ไป นอกจาก เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น​พี่น้อง​ของ​ยากอบ
MAR 5:38 เมื่อ​พระองค์​มา​ถึง​บ้าน​ของ​หัวหน้า​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว พระองค์​เห็น​ความวุ่นวาย ผู้คน​ร้องไห้​และ​คร่ำครวญ​เสียง​ดัง
MAR 5:39 เมื่อ​เข้า​ไป​แล้ว พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวกท่าน​จึง​วุ่นวาย​และ​ร้องไห้? เด็ก​คน​นี้​ไม่​ได้​ตาย แต่​กำลัง​หลับ​อยู่”
MAR 5:40 พวกเขา​หัวเราะเยาะ​พระองค์ แต่​พระองค์​ให้​ทุกคน​ออก​ไป แล้ว​พา​บิดา​และ​มารดา​ของ​เด็ก รวม​ทั้ง​คน​ที่​อยู่​กับ​พระองค์ เข้า​ไป​ยัง​ที่​เด็ก​นอน​อยู่
MAR 5:41 พระองค์​จับ​มือ​เด็ก​และ​กล่าว​กับ​เธอ​ว่า “ทาลิธา คูมิ!” ซึ่ง​แปล​ว่า “หนูน้อย เรา​บอก​เจ้า ลุก​ขึ้น!”
MAR 5:42 เด็กหญิง​ก็​ลุก​ขึ้น​และ​เดิน​ทันที เพราะ​เธอ​มี​อายุ​สิบสอง​ปี ทุกคน​ประหลาดใจ​อย่าง​ยิ่ง
MAR 5:43 พระองค์​กำชับ​พวกเขา​อย่าง​เข้มงวด​ไม่​ให้​ใคร​รู้​เรื่อง​นี้ และ​สั่ง​ให้​เอา​อาหาร​ให้​เธอ​กิน
MAR 6:1 พระองค์​ออก​จาก​ที่​นั่น แล้ว​กลับ​ไป​ยัง​ถิ่น​บ้านเกิด​ของ​พระองค์ สาวก​ของ​พระองค์​ก็​ตาม​ไป
MAR 6:2 เมื่อ​ถึง​วันสะบาโต พระองค์​เริ่ม​สอน​ใน​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว หลาย​คน​ที่​ได้ยิน​ก็​ประหลาดใจ และ​พูด​ว่า “คน​นี้​ได้​สิ่ง​เหล่านี้​มา​จาก​ไหน? ปัญญา​อะไร​ที่​เขา​ได้​รับ จึง​ทำ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​เช่นนี้​ด้วย​มือ​ของ​เขา?
MAR 6:3 คน​นี้​ไม่​ใช่​ช่างไม้ ลูก​ของ​มารีย์ และ​พี่น้อง​ของ​ยากอบ โยเสส ยูดาส และ​ซีโมน​หรือ? พี่น้อง​หญิง​ของ​เขา​ก็​อยู่​ที่​นี่​กับ​พวกเรา​ไม่​ใช่​หรือ?” พวกเขา​จึง​ไม่​ยอมรับ​พระองค์
MAR 6:4 พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ผู้เผยพระวจนะ​ย่อม​ได้​รับ​เกียรติ เว้นแต่​ใน​ถิ่น​ของ​ตน ท่ามกลาง​ญาติ​ของ​ตน และ​ใน​บ้าน​ของ​ตน”
MAR 6:5 พระองค์​ไม่​สามารถ​ทำ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​ที่​นั่น​ได้ นอกจาก​วาง​มือ​บน​คน​ป่วย​ไม่​กี่​คน​และ​รักษา​พวกเขา
MAR 6:6 พระองค์​ประหลาดใจ​เพราะ​ความ​ไม่​เชื่อ​ของ​พวกเขา พระองค์​เดิน​ไป​ตาม​หมู่บ้าน​โดยรอบ​และ​สั่งสอน
MAR 6:7 พระองค์​เรียก​สิบสอง​คน​มา และ​เริ่ม​ส่ง​พวกเขา​ออก​ไป​เป็น​คู่ ๆ พร้อม​ทั้ง​ให้​อำนาจ​เหนือ​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์
MAR 6:8 พระองค์​สั่ง​พวกเขา​ว่า สำหรับ​การ​เดินทาง​ให้​เอา​ไป​ได้​เพียง​ไม้เท้า​เท่านั้น ไม่​ให้​เอา​ขนมปัง ย่าม หรือ​เงิน​ใน​กระเป๋า​ไป
MAR 6:9 ให้​สวม​รองเท้าแตะ และ​อย่า​สวม​เสื้อ​สอง​ตัว
MAR 6:10 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เมื่อ​พวกท่าน​เข้า​ไป​พัก​ใน​บ้าน​ใด ก็​จง​อยู่​ที่​นั่น​จนกว่า​จะ​ออก​จาก​ที่​นั้น
MAR 6:11 ถ้า​ที่​ใด​ไม่​ต้อนรับ​หรือ​ไม่​ฟัง​พวกท่าน เมื่อ​ออก​จาก​ที่​นั่น จง​สลัด​ฝุ่น​ใต้​เท้า​ของ​พวกท่าน​ออก เพื่อ​เป็น​พยาน​กล่าวโทษ​พวกเขา เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า ใน​วัน​พิพากษา โสโดม​และ​โกโมราห์​จะ​รับ​โทษ​เบา​กว่า​เมือง​นั้น!”
MAR 6:12 พวกเขา​จึง​ออก​ไป​ประกาศ​ให้​ผู้คน​กลับใจ
MAR 6:13 พวกเขา​ขับ​ปีศาจ​ออก​หลาย​ตน และ​เจิม​คน​ป่วย​จำนวน​มาก​ด้วย​น้ำมัน​และ​รักษา​พวกเขา
MAR 6:14 กษัตริย์​เฮโรด​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ เพราะ​ชื่อเสียง​ของ​พระเยซู​เป็น​ที่​รู้จัก​กัน​แล้ว เขา​กล่าว​ว่า “ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธี​บัพติศมา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว เพราะ​เหตุ​นี้​พลัง​อัศจรรย์​เหล่านี้​จึง​ทำงาน​อยู่​ใน​ตัว​เขา”
MAR 6:15 แต่​คน​อื่น​พูด​ว่า “เขา​คือ​เอลียาห์” บาง​คน​พูด​ว่า “เขา​เป็น​ผู้เผยพระวจนะ หรือ​เป็น​เหมือน​ผู้เผยพระวจนะ​คน​หนึ่ง”
MAR 6:16 แต่​เมื่อ​เฮโรด​ได้ยิน เขา​กล่าว​ว่า “คน​นี้​คือ​ยอห์น​ที่​เรา​ตัด​ศีรษะ เขา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว”
MAR 6:17 เพราะ​เฮโรด​เอง​ได้​ส่ง​คน​ไป​จับ​ยอห์น มัด​เขา​ไว้​ใน​คุก เพราะ​เรื่อง​เฮโรเดียส ภรรยา​ของ​ฟีลิป ผู้​เป็น​พี่น้อง​ของ​ตน ซึ่ง​เฮโรด​ได้​แต่งงาน​กับ​นาง
MAR 6:18 เพราะ​ยอห์น​เคย​บอก​เฮโรด​ว่า “ท่าน​ไม่มี​สิทธิ์​เอา​ภรรยา​ของ​พี่น้อง​ของ​ท่าน​มา​เป็น​ภรรยา​ของ​ตน”
MAR 6:19 เฮโรเดียส​จึง​ผูกใจเจ็บ​ยอห์น และ​อยาก​ฆ่า​เขา แต่​ทำ​ไม่ได้
MAR 6:20 เพราะ​เฮโรด​เกรง​ยอห์น โดย​รู้​ว่า​เขา​เป็น​คน​ชอบธรรม​และ​บริสุทธิ์ จึง​คอย​ปกป้อง​เขา เมื่อ​ได้ยิน​ยอห์น เฮโรด​ก็​ทำ​หลาย​อย่าง และ​ชอบ​ฟัง​เขา
MAR 6:21 แล้ว​โอกาส​ก็​มา​ถึง ใน​วันเกิด​ของ​เฮโรด เขา​จัด​งานเลี้ยง​ให้​ขุนนาง นายทหาร​ชั้นสูง และ​คนสำคัญ​ของ​แคว้น​กาลิลี
MAR 6:22 เมื่อ​ลูกสาว​ของ​เฮโรเดียส​เอง​เข้า​มา​เต้นรำ นาง​ทำ​ให้​เฮโรด​และ​แขก​ที่​ร่วม​โต๊ะ​พอใจ กษัตริย์​จึง​กล่าว​กับ​หญิงสาว​ว่า “ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​เรา​ก็​ได้ แล้ว​เรา​จะ​ให้​เจ้า”
MAR 6:23 เขา​สาบาน​กับ​นาง​ว่า “ไม่​ว่า​เจ้า​จะ​ขอ​อะไร เรา​จะ​ให้​เจ้า แม้​ถึง​ครึ่ง​อาณาจักร​ของ​เรา”
MAR 6:24 นาง​จึง​ออก​ไป​ถาม​มารดา​ว่า “ฉัน​ควร​ขอ​อะไร?” มารดา​ตอบ​ว่า “ศีรษะ​ของ​ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธี​บัพติศมา”
MAR 6:25 นาง​รีบ​กลับ​เข้า​ไป​หา​กษัตริย์​ทันที และ​ขอ​ว่า “ฉัน​ต้องการ​ให้​ท่าน​เอา​ศีรษะ​ของ​ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธี​บัพติศมา​ใส่​ถาด​มา​ให้​ฉัน​เดี๋ยวนี้”
MAR 6:26 กษัตริย์​เสียใจ​อย่าง​ยิ่ง แต่​เพราะ​คำ​สาบาน​ของ​ตน​และ​เพราะ​บรรดา​แขก​ร่วม​โต๊ะ เขา​จึง​ไม่​อยาก​ปฏิเสธ​นาง
MAR 6:27 กษัตริย์​ส่ง​ทหาร​องครักษ์​ไป​ทันที และ​สั่ง​ให้​นำ​ศีรษะ​ของ​ยอห์น​มา ทหาร​นั้น​จึง​ไป​ตัด​ศีรษะ​ยอห์น​ใน​คุก
MAR 6:28 แล้ว​นำ​ศีรษะ​ของ​เขา​มา​บน​ถาด และ​มอบ​ให้​หญิงสาว หญิงสาว​ก็​นำ​ไป​ให้​มารดา
MAR 6:29 เมื่อ​สาวก​ของ​ยอห์น​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ พวกเขา​ก็​มา​รับ​ศพ​ของ​เขา​ไป​วาง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝังศพ
MAR 6:30 เหล่า​อัครทูต​กลับ​มา​รวม​กัน​อยู่​กับ​พระเยซู และ​เล่า​ทุกสิ่ง​ที่​พวกเขา​ได้​ทำ​และ​ได้​สอน​ให้​พระองค์​ฟัง
MAR 6:31 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “มา​กับ​เรา ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​ตามลำพัง และ​พัก​สัก​หน่อย” เพราะ​มี​คน​มา​และ​ไป​จำนวน​มาก จน​พวกเขา​ไม่​มี​เวลา​แม้แต่​จะ​กิน​อาหาร
MAR 6:32 พวกเขา​จึง​ลง​เรือ​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​ตามลำพัง
MAR 6:33 คน​เหล่านั้น เห็น​พวกเขา​ออก​ไป และ​หลาย​คน​จำ​พระองค์​ได้ จึง​วิ่ง​ไป​ที่​นั่น​ทาง​บก​จาก​ทุก​เมือง พวกเขา​ไป​ถึง​ก่อน​และ​มา​รวม​กัน​รอ​พระองค์
MAR 6:34 เมื่อ​พระเยซู​ขึ้น​จาก​เรือ พระองค์​เห็น​ฝูงชน​จำนวน​มาก และ​สงสาร​พวกเขา เพราะ​พวกเขา​เป็น​เหมือน​แกะ​ที่​ไม่​มี​ผู้เลี้ยง พระองค์​จึง​เริ่ม​สอน​พวกเขา​หลาย​เรื่อง
MAR 6:35 เมื่อ​เวลา​ล่วง​ไป​มาก​แล้ว สาวก​ของ​พระองค์​มา​หา​และ​กล่าว​ว่า “ที่​นี่​เป็น​ที่​เปลี่ยว และ​เวลา​ก็​ล่วง​ไป​มาก​แล้ว
MAR 6:36 ให้​พวกเขา​แยกย้าย​กัน​ไป​ตาม​ชนบท​และ​หมู่บ้าน​รอบ ๆ เพื่อ​ซื้อ​ขนมปัง​กิน เพราะ​พวกเขา​ไม่​มี​อะไร​กิน”
MAR 6:37 แต่​พระองค์​ตอบ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​จง​หา​อะไร​ให้​พวกเขา​กิน” พวกเขา​ถาม​พระองค์​ว่า “จะ​ให้​พวกเรา​ไป​ซื้อ​ขนมปัง​ราคา​สองร้อย​เดนาริอุส แล้ว​เอา​มา​ให้​พวกเขา​กิน​หรือ?”
MAR 6:38 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​มี​ขนมปัง​กี่​ก้อน? ไป​ดู​สิ” เมื่อ​รู้​แล้ว พวกเขา​ตอบ​ว่า “ห้า​ก้อน กับ​ปลา​สอง​ตัว”
MAR 6:39 พระองค์​สั่ง​ให้​ทุกคน​นั่ง​เป็น​กลุ่ม ๆ บน​หญ้า​เขียว
MAR 6:40 พวกเขา​จึง​นั่ง​เป็น​กลุ่ม กลุ่ม​ละ​ร้อย​คน​บ้าง ห้าสิบ​คน​บ้าง
MAR 6:41 พระองค์​หยิบ​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว เงยหน้า​มอง​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์ กล่าว​คำ​อวยพร แล้ว​หัก​ขนมปัง และ​ส่ง​ให้​สาวก​เอา​ไป​แจก​แก่​ฝูงชน ส่วน​ปลา​สอง​ตัว​นั้น พระองค์​ก็​แบ่ง​ให้​ทุกคน
MAR 6:42 ทุกคน​กิน​จน​อิ่ม
MAR 6:43 พวกเขา​เก็บ​เศษ​ขนมปัง​และ​ปลา​ที่​เหลือ​ได้​เต็ม​สิบสอง​ตะกร้า
MAR 6:44 คน​ที่​กิน​ขนมปัง​มี ห้า​พัน​คน
MAR 6:45 ทันที​นั้น พระองค์​ให้​สาวก​ลง​เรือ และ​ไป​ยัง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ทาง​เบธไซดา​ก่อน ขณะ​ที่​พระองค์​เอง​ให้​ฝูงชน​แยกย้าย​กลับ​ไป
MAR 6:46 หลัง​จาก​กล่าวลา​พวกเขา​แล้ว พระองค์​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​เพื่อ​อธิษฐาน
MAR 6:47 เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น เรือ​อยู่​กลาง​ทะเล ส่วน​พระองค์​อยู่​บน​ฝั่ง​เพียง​ลำพัง
MAR 6:48 พระองค์​เห็น​พวกเขา​ลำบาก​ใน​การ​พาย เพราะ​ลม​พัด​สวน​ทาง ประมาณ​ยาม​ที่​สี่​ของ​กลางคืน พระองค์​เดิน​บน​ทะเล​มา​หา​พวกเขา และ​ตั้งใจ​จะ​เดิน​ผ่าน​พวกเขา​ไป
MAR 6:49 แต่​เมื่อ​พวกเขา​เห็น​พระองค์​เดิน​บน​ทะเล ก็​คิด​ว่า​เป็น​ผี และ​ร้อง​เสียง​ดัง
MAR 6:50 เพราะ​ทุกคน​เห็น​พระองค์​และ​ตกใจ แต่​พระองค์​พูด​กับ​พวกเขา​ทันที​ว่า “สบายใจ​ได้! เรา​เอง! อย่า​กลัว”
MAR 6:51 แล้ว​พระองค์​ขึ้น​เรือ​ไป​อยู่​กับ​พวกเขา ลม​ก็​สงบ พวกเขา​ประหลาดใจ​และ​ตกตะลึง​อย่าง​ยิ่ง
MAR 6:52 เพราะ​พวกเขา​ยัง​ไม่​เข้าใจ​เรื่อง​ขนมปัง เนื่องจาก​ใจ​ของ​พวกเขา​แข็งกระด้าง
MAR 6:53 เมื่อ​ข้าม​ไป​ถึง​อีก​ฝั่ง​แล้ว พวกเขา​ขึ้น​ฝั่ง​ที่​เกนเนซาเรต และ​เอา​เรือ​เทียบ​ฝั่ง
MAR 6:54 ทันที​ที่​พวกเขา​ขึ้น​จาก​เรือ ผู้คน​ก็​จำ​พระองค์​ได้
MAR 6:55 และ​วิ่ง​ไป​ทั่ว​บริเวณ​นั้น เริ่ม​หาม​คน​ป่วย​บน​เสื่อ​ไป​ยัง​ที่​ซึ่ง​พวกเขา​ได้ยิน​ว่า​พระองค์​อยู่
MAR 6:56 ไม่​ว่า​พระองค์​จะ​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน เมือง หรือ​ชนบท ผู้คน​ก็​วาง​คน​ป่วย​ไว้​ตาม​ตลาด และ​วิงวอน​ขอ​ให้​พวกเขา​ได้​แตะ​เพียง​ชายเสื้อ ของ​พระองค์ และ​ทุกคน​ที่​แตะ​พระองค์​ก็​หายดี
MAR 7:1 แล้ว​พวก​ฟาริสี​กับ​อาลักษณ์​บาง​คน​ที่​มา​จาก​เยรูซาเล็ม​ก็​มา​รวม​กัน​รอบ​พระองค์
MAR 7:2 เมื่อ​พวกเขา​เห็น​สาวก​บาง​คน​ของ​พระองค์​กิน​อาหาร​ด้วย​มือ​ที่​เป็น​มลทิน คือ​มือ​ที่​ไม่​ได้​ล้าง พวกเขา​ก็​ตำหนิ
MAR 7:3 เพราะ​พวก​ฟาริสี​และ​ชาวยิว​ทุกคน​จะ​ไม่​กิน​อาหาร​จนกว่า​จะ​ล้าง​มือ​และ​ท่อนแขน โดย​ยึดถือ​ธรรมเนียม​ของ​ผู้อาวุโส
MAR 7:4 เมื่อ​กลับ​จาก​ตลาด พวกเขา​จะ​ไม่​กิน​จนกว่า​จะ​ชำระ​ตัว และ​ยัง​มี​ธรรมเนียม​อื่น ๆ อีก​มาก​ที่​พวกเขา​รับ​สืบทอด​มา​และ​ยึดถือ เช่น การ​ล้าง​ถ้วย เหยือก ภาชนะ​ทองสัมฤทธิ์ และ​เตียง
MAR 7:5 พวก​ฟาริสี​และ​อาลักษณ์​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “ทำไม​สาวก​ของ​ท่าน​ไม่​ดำเนิน​ตาม​ธรรมเนียม​ของ​ผู้อาวุโส แต่​กลับ​กิน​อาหาร​ด้วย​มือ​ที่​ไม่​ได้​ล้าง?”
MAR 7:6 พระองค์​ตอบ​พวกเขา​ว่า “อิสยาห์​พยากรณ์​ถึง​พวกท่าน​คน​หน้าซื่อใจคด​ไว้​ถูกต้อง​แล้ว ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ว่า ‘คน​เหล่านี้​ให้​เกียรติ​เรา​ด้วย​ปาก แต่​ใจ​ของ​พวกเขา​อยู่​ห่าง​จาก​เรา
MAR 7:7 พวกเขา​นมัสการ​เรา​โดย​เปล่าประโยชน์ เพราะ​เอา​คำสั่ง​ของ​มนุษย์​มา​สอน​เป็น​หลักคำสอน’
MAR 7:8 “เพราะ​พวกท่าน​ละ​ทิ้ง​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า แล้ว​ยึดถือ​ธรรมเนียม​ของ​มนุษย์​อย่าง​เหนียวแน่น ทั้ง​การ​ล้าง​เหยือก​และ​ถ้วย และ​พวกท่าน​ยัง​ทำ​สิ่ง​อื่น ๆ เช่นนี้​อีก​มาก”
MAR 7:9 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​เก่ง​จริง ๆ ที่​ปฏิเสธ​คำสั่ง​ของ​พระเจ้า เพื่อ​จะ​รักษา​ธรรมเนียม​ของ​พวกท่าน​ไว้
MAR 7:10 เพราะ​โมเสส​กล่าว​ว่า ‘จง​ให้​เกียรติ​บิดา​และ​มารดา​ของ​เจ้า’ และ ‘ผู้​ที่​กล่าวร้าย​บิดา​หรือ​มารดา จง​ให้​ผู้​นั้น​ถึง​ตาย’
MAR 7:11 แต่​พวกท่าน​กลับ​พูด​ว่า ถ้า​ใคร​บอก​บิดา​หรือ​มารดา​ว่า ‘สิ่ง​ใด​ของ​ฉัน​ที่​พ่อ​หรือ​แม่​อาจ​ได้​รับ​ประโยชน์​นั้น​เป็น โครบาน’” คือ​หมายความว่า ได้​ถวาย​แด่​พระเจ้า​แล้ว
MAR 7:12 “พวกท่าน​ก็​ไม่​ยอม​ให้​คน​นั้น​ทำ​สิ่งใด​เพื่อ​บิดา​หรือ​มารดา​ของ​ตน​อีก
MAR 7:13 พวกท่าน​ทำ​ให้​พระวจนะ​ของ​พระเจ้า​ไม่​มี​ผล​ด้วย​ธรรมเนียม​ที่​พวกท่าน​สืบทอด​ต่อ​กัน​มา และ​พวกท่าน​ยัง​ทำ​สิ่ง​เช่นนี้​อีก​มาก”
MAR 7:14 พระองค์​เรียก​ฝูงชน​ทั้งหมด​มา​หา และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ทุกคน​จง​ฟัง​เรา​และ​เข้าใจ
MAR 7:15 ไม่​มี​สิ่งใด​จาก​ภายนอก​ตัว​คน ซึ่ง​เข้า​ไป​ข้างใน​แล้ว​จะ​ทำ​ให้​เขา​เป็น​มลทิน แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​คน​ต่างหาก​ที่​ทำ​ให้​เขา​เป็น​มลทิน
MAR 7:16 ถ้า​ใคร​มี​หู​จะ​ฟัง ก็​จง​ฟัง!”
MAR 7:17 เมื่อ​พระองค์​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ห่าง​จาก​ฝูงชน สาวก​ของ​พระองค์​ก็​ถาม​เรื่อง​อุปมา​นั้น
MAR 7:18 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ก็​ยัง​ไม่​เข้าใจ​ด้วย​หรือ? พวกท่าน​ไม่​เห็น​หรือ​ว่า สิ่ง​ใด​จาก​ภายนอก​ที่​เข้า​ไป​ใน​ตัว​คน​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​เขา​เป็น​มลทิน
MAR 7:19 เพราะ​มัน​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​ใจ แต่​เข้า​ไป​ใน​ท้อง แล้ว​ออก​ไป​สู่​ส้วม จึง​ทำ​ให้​อาหาร​ทุกอย่าง​สะอาด​ไม่​ใช่​หรือ?”
MAR 7:20 พระองค์​กล่าว​ว่า “สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​คน สิ่ง​นั้น​ต่างหาก​ที่​ทำ​ให้​เขา​เป็น​มลทิน
MAR 7:21 เพราะ​จาก​ภายใน คือ​จาก​ใจ​ของ​มนุษย์ มี​ความคิด​ชั่ว การ​ล่วงประเวณี การ​ผิดศีลธรรม​ทางเพศ การ​ฆ่า การ​ลักขโมย
MAR 7:22 ความโลภ ความชั่วร้าย การ​หลอกลวง ความใคร่ สายตา​ชั่วร้าย การ​หมิ่นประมาท ความเย่อหยิ่ง และ​ความโง่เขลา
MAR 7:23 สิ่ง​ชั่วร้าย​ทั้งหมด​เหล่านี้​ออก​มา​จาก​ภายใน และ​ทำ​ให้​คน​เป็น​มลทิน”
MAR 7:24 จาก​ที่​นั่น พระองค์​ลุก​ขึ้น​และ​ออก​ไป​ยัง​เขต​เมือง​ไทระ​และ​ไซดอน พระองค์​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง และ​ไม่​ต้องการ​ให้​ใคร​รู้ แต่​ก็​ไม่​สามารถ​ปิดบัง​ตัว​ได้
MAR 7:25 เพราะ​หญิง​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ลูกสาว​ตัว​น้อย​มี​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์​สิง​อยู่ ได้ยิน​เรื่อง​พระองค์ จึง​มา​หมอบ​ลง​ที่​เท้า​ของ​พระองค์
MAR 7:26 หญิง​นั้น​เป็น​ชาวกรีก เชื้อสาย​ซีโรฟีนิเซีย นาง​วิงวอน​ขอ​ให้​พระองค์​ขับ​ปีศาจ​ออก​จาก​ลูกสาว
MAR 7:27 แต่​พระเยซู​กล่าว​กับ​นาง​ว่า “ให้​ลูก ๆ กิน​จนอิ่ม​ก่อน เพราะ​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​เอา​ขนมปัง​ของ​ลูก​ไป​โยน​ให้​สุนัข”
MAR 7:28 แต่นาง​ตอบ​พระองค์​ว่า “จริง​เจ้าค่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า แต่​แม้แต่​สุนัข​ที่​อยู่​ใต้​โต๊ะ​ก็​ยัง​กิน​เศษ​ขนมปัง​ของ​เด็ก ๆ”
MAR 7:29 พระองค์​กล่าว​กับ​นาง​ว่า “เพราะ​คำตอบ​นี้ จง​กลับ​ไป​เถอะ ปีศาจ​ออก​จาก​ลูกสาว​ของ​เจ้า​แล้ว”
MAR 7:30 เมื่อ​นาง​กลับ​ไป​ถึง​บ้าน ก็​พบ​เด็ก​นอน​อยู่​บน​เตียง และ​ปีศาจ​ออก​ไป​แล้ว
MAR 7:31 พระองค์​ออก​จาก​เขต​เมือง​ไทระ​และ​ไซดอน​อีกครั้ง แล้ว​มา​ยัง​ทะเล​กาลิลี โดย​ผ่าน​กลาง​เขต​เดคาโปลิส
MAR 7:32 ผู้คน​พา​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​หูหนวก​และ​พูด​ติดขัด​มา​หา​พระองค์ และ​วิงวอน​ขอ​ให้​พระองค์​วาง​มือ​บน​เขา
MAR 7:33 พระองค์​พา​เขา​แยก​ออก​จาก​ฝูงชน​ไป​ตามลำพัง แล้ว​เอา​นิ้ว​ใส่​หู​ทั้งสอง​ข้าง​ของ​เขา จากนั้น​บ้วน​น้ำลาย และ​แตะ​ลิ้น​ของ​เขา
MAR 7:34 พระองค์​เงยหน้า​มอง​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์ ถอนใจ และ​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “เอฟฟาธา!” หมายความว่า “จง​เปิด​ออก!”
MAR 7:35 ทันที​นั้น หู​ของ​เขา​ก็​เปิด และ​ลิ้น​ที่​ติดขัด​ก็​คลาย เขา​จึง​พูด​ได้​ชัดเจน
MAR 7:36 พระองค์​กำชับ​พวกเขา​ไม่​ให้​บอก​ใคร แต่​ยิ่ง​พระองค์​กำชับ​มาก​เท่าไร พวกเขา​ก็​ยิ่ง​ประกาศ​เรื่อง​นี้​ออก​ไป​อย่าง​กว้างขวาง​มาก​ขึ้น​เท่านั้น
MAR 7:37 พวกเขา​ประหลาดใจ​อย่าง​เหลือล้น และ​พูด​ว่า “เขา​ทำ​ทุกสิ่ง​ได้​ดี แม้แต่​คน​หูหนวก เขา​ก็​ทำ​ให้​ได้ยิน และ​คน​พูด​ไม่ได้ เขา​ก็​ทำ​ให้​พูด​ได้!”
MAR 8:1 ใน​วัน​เหล่านั้น เมื่อ​มี​ฝูงชน​จำนวน​มาก​อีก และ​พวกเขา​ไม่​มี​อะไร​กิน พระเยซู​เรียก​สาวก​มา​หา และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า
MAR 8:2 “เรา​สงสาร​ฝูงชน เพราะ​พวกเขา​อยู่​กับ​เรา​มา​สาม​วัน​แล้ว และ​ไม่​มี​อะไร​กิน
MAR 8:3 ถ้า​เรา​ให้​พวกเขา​กลับ​บ้าน​ทั้ง​ที่​ยัง​ไม่​ได้​กิน​อะไร พวกเขา​จะ​หมดแรง​ระหว่าง​ทาง เพราะ​บาง​คน​มา​จาก​ที่​ไกล”
MAR 8:4 สาวก​ของ​พระองค์​ตอบ​ว่า “ใน​ที่​เปลี่ยว​อย่าง​นี้ จะ​หา​ขนมปัง​จาก​ไหน​มา​ให้​คน​เหล่านี้​กิน​จนอิ่ม?”
MAR 8:5 พระองค์​ถาม​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​มี​ขนมปัง​กี่​ก้อน?” พวกเขา​ตอบ​ว่า “เจ็ด​ก้อน”
MAR 8:6 พระองค์​สั่ง​ฝูงชน​ให้​นั่ง​ลง​บน​พื้น แล้ว​หยิบ​ขนมปัง​เจ็ด​ก้อน กล่าว​ขอบพระคุณ หัก​ขนมปัง และ​ส่ง​ให้​สาวก​เอา​ไป​แจก สาวก​ก็​แจก​ให้​ฝูงชน
MAR 8:7 พวกเขา​ยัง​มี​ปลา​ตัว​เล็ก ๆ อยู่​อีก​ไม่​กี่​ตัว พระองค์​กล่าว​คำ​อวยพร​แล้ว​สั่ง​ให้​เอา​ปลา​เหล่านั้น​ไป​แจก​ด้วย
MAR 8:8 พวกเขา​กิน​จน​อิ่ม และ​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​เจ็ด​ตะกร้า
MAR 8:9 คน​ที่​กิน​มี​ประมาณ​สี่​พัน​คน แล้ว​พระองค์​ให้​พวกเขา​แยกย้าย​กลับ​ไป
MAR 8:10 ทันที​นั้น พระองค์​ลง​เรือ​พร้อม​กับ​สาวก และ​มา​ถึง​เขต​ดัลมานูธา
MAR 8:11 พวก​ฟาริสี​ออก​มา​และ​เริ่ม​โต้เถียง​กับ​พระองค์ โดย​ขอ​หมายสำคัญ​จาก​สวรรค์​เพื่อ​ทดสอบ​พระองค์
MAR 8:12 พระองค์​ถอนใจ​อย่าง​ลึก​ใน​จิตวิญญาณ​ของ​พระองค์ และ​กล่าว​ว่า “ทำไม​คน​รุ่น​นี้ จึง​แสวงหา​หมายสำคัญ? เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า จะ​ไม่​มี​หมายสำคัญ​ใด​ให้​แก่​คน​รุ่น​นี้”
MAR 8:13 แล้ว​พระองค์​ละ​พวกเขา​ไว้ ขึ้น​เรือ​อีกครั้ง และ​ออก​ไป​ยัง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง
MAR 8:14 สาวก​ลืม​เอา​ขนมปัง​ไป และ​ใน​เรือ​พวกเขา​มี​ขนมปัง​อยู่​เพียง​ก้อน​เดียว
MAR 8:15 พระองค์​เตือน​พวกเขา​ว่า “จง​ระวัง จง​ระวัง​เชื้อแป้ง​ของ​พวก​ฟาริสี​และ​เชื้อแป้ง​ของ​เฮโรด”
MAR 8:16 พวกเขา​จึง​ถก​กัน​ว่า “เป็น​เพราะ​พวกเรา​ไม่​มี​ขนมปัง”
MAR 8:17 พระเยซู​รู้​ว่า​พวกเขา​กำลัง​ถก​กัน​เรื่อง​นี้ จึง​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ทำไม​พวกท่าน​จึง​ถก​กัน​ว่า​เป็น​เพราะ​ไม่​มี​ขนมปัง? พวกท่าน​ยัง​ไม่​รับรู้​หรือ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​หรือ? ใจ​ของ​พวกท่าน​ยัง​แข็งกระด้าง​อยู่​หรือ?
MAR 8:18 มี​ตา​แล้ว​ยัง​ไม่​เห็น​หรือ? มี​หู​แล้ว​ยัง​ไม่​ได้ยิน​หรือ? พวกท่าน​จำ​ไม่ได้​หรือ?
MAR 8:19 ตอน​ที่​เรา​หัก​ขนมปัง​ห้า​ก้อน​ให้​คน​ห้า​พัน​คน พวกท่าน​เก็บ​เศษ​ขนมปัง​ได้​เต็ม​กี่​ตะกร้า?” พวกเขา​ตอบ​ว่า “สิบสอง”
MAR 8:20 “แล้ว​ตอน​ที่​ขนมปัง​เจ็ด​ก้อน​เลี้ยง​คน​สี่​พัน​คน พวกท่าน​เก็บ​เศษ​อาหาร​ได้​เต็ม​กี่​ตะกร้า?” พวกเขา​ตอบ​ว่า “เจ็ด”
MAR 8:21 พระองค์​ถาม​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อีก​หรือ?”
MAR 8:22 พระองค์​มา​ถึง​เบธไซดา ผู้คน​พา​ชาย​ตาบอด​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระองค์ และ​วิงวอน​ขอ​ให้​พระองค์​แตะ​เขา
MAR 8:23 พระองค์​จับ​มือ​ชาย​ตาบอด​และ​พา​เขา​ออก​ไป​นอก​หมู่บ้าน แล้ว​บ้วน​น้ำลาย​ลง​บน​ตา​ของ​เขา วาง​มือ​บน​เขา และ​ถาม​ว่า​เขา​มองเห็น​อะไร​บ้าง​หรือ​ไม่
MAR 8:24 ชาย​นั้น​เงยหน้า​ขึ้น​และ​ตอบ​ว่า “เห็น​คน แต่​ดู​เหมือน​ต้นไม้​กำลัง​เดิน”
MAR 8:25 แล้ว​พระองค์​วาง​มือ​บน​ตา​ของ​เขา​อีกครั้ง เขา​เพ่ง​มอง สายตา​ก็​กลับคืน​มา และ​มองเห็น​ทุกคน​อย่าง​ชัดเจน
MAR 8:26 พระองค์​ส่ง​เขา​กลับ​บ้าน โดย​กล่าว​ว่า “อย่า​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน และ​อย่า​บอก​ใคร​ใน​หมู่บ้าน”
MAR 8:27 พระเยซู​กับ​สาวก​ออก​ไป​ยัง​หมู่บ้าน​ต่าง ๆ ใน​เขต​ซีซารียา​ฟีลิปปี ระหว่าง​ทาง พระองค์​ถาม​สาวก​ว่า “ผู้คน​พูด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร?”
MAR 8:28 พวกเขา​ตอบ​ว่า “บาง​คน​ว่า​เป็น​ยอห์น​ผู้​ทำ​พิธี​บัพติศมา บาง​คน​ว่า​เป็น​เอลียาห์ และ​บาง​คน​ว่า​เป็น​ผู้เผยพระวจนะ​คน​หนึ่ง”
MAR 8:29 พระองค์​ถาม​พวกเขา​ว่า “แล้ว​พวกท่าน​ล่ะ พูด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร?” เปโตร​ตอบ​ว่า “ท่าน​คือ​พระคริสต์”
MAR 8:30 พระองค์​กำชับ​พวกเขา​ไม่​ให้​บอก​ใคร​เรื่อง​พระองค์
MAR 8:31 พระองค์​เริ่ม​สอน​พวกเขา​ว่า บุตรมนุษย์​ต้อง​ทนทุกข์​หลาย​อย่าง ถูก​พวก​ผู้อาวุโส หัวหน้า​ปุโรหิต และ​อาลักษณ์​ปฏิเสธ ถูก​ฆ่า และ​หลัง​จาก​สาม​วัน​จะ​ฟื้นขึ้น​มา
MAR 8:32 พระองค์​กล่าว​เรื่อง​นี้​อย่าง​เปิดเผย เปโตร​จึง​พา​พระองค์​แยก​ออก​ไป​และ​เริ่ม​ตำหนิ​พระองค์
MAR 8:33 แต่​พระองค์​หัน​กลับ​มา มอง​สาวก​ของ​พระองค์ แล้ว​ตำหนิ​เปโตร​ว่า “ถอย​ไป​อยู่​ข้างหลัง​เรา ซาตาน! เพราะ​สิ่ง​ที่​เจ้า​ใส่ใจ​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​พระเจ้า แต่​เป็น​เรื่อง​ของ​มนุษย์”
MAR 8:34 พระองค์​เรียก​ฝูงชน​กับ​สาวก​ของ​พระองค์​มา และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ถ้า​ใคร​ต้องการ​ตาม​เรา​มา ให้​เขา​ปฏิเสธ​ตนเอง แบก​กางเขน​ของ​ตน และ​ตาม​เรา​มา
MAR 8:35 เพราะ​ผู้ใด​ต้องการ​รักษา​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้ จะ​สูญเสีย​ชีวิต​นั้น แต่​ผู้ใด​สูญเสีย​ชีวิต​ของ​ตน​เพราะ​เรา​และ​เพราะ​ข่าวดี จะ​รักษา​ชีวิต​นั้น​ไว้
MAR 8:36 เพราะ​คน​หนึ่ง​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร ถ้า​ได้​ทั้ง​โลก​แต่​ต้อง​สูญเสีย​ชีวิต​ของ​ตน?
MAR 8:37 หรือ​คน​หนึ่ง​จะ​เอา​อะไร​มา​แลก​กับ​ชีวิต​ของ​ตน?
MAR 8:38 เพราะ​ผู้ใด​อับอาย​เพราะ​เรา​และ​คำพูด​ของ​เรา​ใน​หมู่​คน​รุ่น​นี้​ที่​ล่วงประเวณี​และ​เต็ม​ไป​ด้วย​บาป บุตรมนุษย์​ก็​จะ​อับอาย​เพราะ​ผู้​นั้น​ด้วย เมื่อ​มา​ใน​พระสิริ​ของ​พระบิดา​พร้อม​กับ​เหล่า​ทูตสวรรค์​บริสุทธิ์”
MAR 9:1 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า มี​บาง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​ซึ่ง​จะ​ไม่​ลิ้มรส​ความตาย​เลย จนกว่า​จะ​ได้​เห็น​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​มา​ด้วย​พลัง”
MAR 9:2 หก​วัน​ต่อมา พระเยซู​พา​เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​สูง​ตามลำพัง และ​พระองค์​เปลี่ยน​รูปลักษณ์​ต่อหน้า​พวกเขา
MAR 9:3 เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​เป็น​ประกาย ขาว​เจิดจ้า​อย่าง​ยิ่ง​เหมือน​หิมะ จน​ช่าง​ซักผ้า​คน​ใด​ใน​โลก​ก็​ไม่​อาจ​ทำ​ให้​ขาว​ได้​เช่นนั้น
MAR 9:4 เอลียาห์​กับ​โมเสส​ปรากฏ​แก่​พวกเขา และ​กำลัง​สนทนา​กับ​พระเยซู
MAR 9:5 เปโตร​กล่าว​กับ​พระเยซู​ว่า “รับบี พวกเรา​อยู่​ที่​นี่​ก็​ดี ให้​พวกเรา​สร้าง​เต็นท์​สาม​หลัง หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​ท่าน หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​โมเสส และ​อีก​หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​เอลียาห์”
MAR 9:6 เพราะ​เขา​ไม่​รู้​ว่า​ควร​พูด​อะไร เนื่องจาก​พวกเขา​กลัว​มาก
MAR 9:7 แล้ว​มี​เมฆ​มา​ปกคลุม​พวกเขา และ​มี​เสียง​ออก​มา​จาก​เมฆ​ว่า “ผู้​นี้​คือ​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา จง​ฟัง​เขา”
MAR 9:8 ทันใดนั้น เมื่อ​มอง​ไปรอบ ๆ พวกเขา​ก็​ไม่​เห็น​ใคร​อยู่​กับ​ตน​อีก นอกจาก​พระเยซู​เพียง​พระองค์​เดียว
MAR 9:9 ขณะ​ที่​พวกเขา​กำลัง​ลง​จาก​ภูเขา พระองค์​กำชับ​ไม่​ให้​พวกเขา​บอก​ใคร​ถึง​สิ่ง​ที่​ได้​เห็น จนกว่า​บุตรมนุษย์​จะ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย
MAR 9:10 พวกเขา​เก็บ​เรื่อง​นี้​ไว้​กับ​ตัว และ​ถก​กัน​ว่า “ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย” หมายความว่า​อะไร
MAR 9:11 พวกเขา​ถาม​พระองค์​ว่า “ทำไม​พวก​อาลักษณ์​จึง​พูด​ว่า เอลียาห์​ต้อง​มา​ก่อน?”
MAR 9:12 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เอลียาห์​มา​ก่อน​จริง และ​ฟื้นฟู​ทุกสิ่ง แล้ว​ที่​มี​เขียน​ไว้​ถึง​บุตรมนุษย์​ว่า จะ​ต้อง​ทนทุกข์​หลาย​อย่าง​และ​ถูก​ดูหมิ่น​นั้น​เป็น​อย่างไร?
MAR 9:13 แต่​เรา​บอก​พวกท่าน​ว่า เอลียาห์​มา​แล้ว และ​พวกเขา​ก็​ทำ​กับ​เขา​ตาม​ที่​ต้องการ เหมือน​ที่​มี​เขียน​ไว้​ถึง​เขา”
MAR 9:14 เมื่อ​พระองค์​กลับ​มา​หา​สาวก ก็​เห็น​ฝูงชน​จำนวน​มาก​อยู่​รอบ​พวกเขา และ​พวก​อาลักษณ์​กำลัง​โต้เถียง​กับ​พวกเขา
MAR 9:15 ทันที​ที่​ฝูงชน​ทั้งหมด​เห็น​พระองค์ พวกเขา​ก็​ประหลาดใจ​อย่าง​ยิ่ง และ​วิ่ง​เข้า​มา​ทักทาย​พระองค์
MAR 9:16 พระองค์​ถาม​พวก​อาลักษณ์​ว่า “พวกท่าน​กำลัง​ถาม​อะไร​พวกเขา?”
MAR 9:17 ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูงชน​ตอบ​ว่า “อาจารย์ ข้าพเจ้า​พา​ลูกชาย​มา​หา​ท่าน เขา​มี​วิญญาณ​ที่​ทำ​ให้​พูด​ไม่ได้
MAR 9:18 ไม่​ว่า​มัน​จะ​จับ​เขา​ที่​ไหน มัน​ก็​เหวี่ยง​เขา​ลง เขา​มี​ฟอง​ที่​ปาก กัดฟัน และ​ตัว​แข็ง ข้าพเจ้า​ขอ​ให้​สาวก​ของ​ท่าน​ขับ​มัน​ออก แต่​พวกเขา​ทำ​ไม่ได้”
MAR 9:19 พระองค์​ตอบ​เขา​ว่า “คน​รุ่น​ที่​ไม่​เชื่อ เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวกท่าน​อีก​นาน​เท่าไร? เรา​จะ​ต้อง​ทน​พวกท่าน​อีก​นาน​เท่าไร? พา​เด็ก​มา​หา​เรา”
MAR 9:20 พวกเขา​จึง​พา​เด็ก​มา​หา​พระองค์ ทันที​ที่​วิญญาณ​นั้น​เห็น​พระองค์ มัน​ก็​ทำ​ให้​เด็ก​ชัก เด็ก​ล้ม​ลง​กับ​พื้น กลิ้ง​ไปมา และ​มี​ฟอง​ที่​ปาก
MAR 9:21 พระองค์​ถาม​บิดา​ของ​เด็ก​ว่า “อาการ​นี้​เกิด​กับ​เขา​มา​นาน​เท่าไร​แล้ว?” เขา​ตอบ​ว่า “ตั้งแต่​ยัง​เด็ก
MAR 9:22 หลาย​ครั้ง​มัน​โยน​เขา​เข้า​กองไฟ​และ​ลง​น้ำ​เพื่อ​จะ​ทำลาย​เขา แต่​ถ้า​ท่าน​ทำ​อะไร​ได้ โปรด​สงสาร​พวกเรา​และ​ช่วย​พวกเรา​ด้วย”
MAR 9:23 พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​ท่าน​เชื่อ​ได้ ทุกสิ่ง​ก็​เป็นไปได้​สำหรับ​ผู้​ที่​เชื่อ”
MAR 9:24 ทันที​นั้น บิดา​ของ​เด็ก​ร้อง​ออก​มา​ทั้ง​น้ำตา​ว่า “ข้าพเจ้า​เชื่อ โปรด​ช่วย​ความ​ไม่​เชื่อ​ของ​ข้าพเจ้า​ด้วย!”
MAR 9:25 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ฝูงชน​วิ่ง​มา​รวม​กัน พระองค์​ตำหนิ​วิญญาณ​ที่​ไม่​บริสุทธิ์ โดย​กล่าว​กับ​มัน​ว่า “เจ้า​วิญญาณ​ที่​ทำ​ให้​พูด​ไม่ได้​และ​หูหนวก เรา​สั่ง​เจ้า จง​ออก​จาก​เขา และ​อย่า​เข้า​ไป​ใน​ตัว​เขา​อีก!”
MAR 9:26 มัน​ร้อง​เสียง​ดัง ทำ​ให้​เด็ก​ชัก​อย่าง​รุนแรง แล้ว​ออก​จาก​เขา เด็ก​ก็​เหมือน​คน​ตาย จน​คน​ส่วนใหญ่​พูด​ว่า “เขา​ตาย​แล้ว”
MAR 9:27 แต่​พระเยซู​จับ​มือ​เขา​และ​พยุง​ขึ้น แล้ว​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น
MAR 9:28 เมื่อ​พระองค์​เข้า​ไป​ใน​บ้าน สาวก​ถาม​พระองค์​เป็นการ​ส่วนตัว​ว่า “ทำไม​พวกเรา​จึง​ขับ​มัน​ออก​ไม่ได้?”
MAR 9:29 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “วิญญาณ​ชนิด​นี้​ไม่​อาจ​ออก​ได้​ด้วย​วิธี​ใด นอกจาก​ด้วย​การ​อธิษฐาน​และ​การ​อดอาหาร”
MAR 9:30 พวกเขา​ออก​จาก​ที่​นั่น และ​เดินทาง​ผ่าน​แคว้น​กาลิลี พระองค์​ไม่​ต้องการ​ให้​ใคร​รู้
MAR 9:31 เพราะ​พระองค์​กำลัง​สอน​สาวก และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “บุตรมนุษย์​กำลัง​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​มนุษย์ และ​พวกเขา​จะ​ฆ่า​บุตรมนุษย์ เมื่อ​ถูก​ฆ่า​แล้ว ใน​วัน​ที่​สาม​จะ​ฟื้นขึ้น​มา”
MAR 9:32 แต่​พวกเขา​ไม่​เข้าใจ​คำพูด​นั้น และ​กลัว​ที่​จะ​ถาม​พระองค์
MAR 9:33 พระองค์​มา​ถึง​คาเปอรนาอุม เมื่อ​อยู่​ใน​บ้าน พระองค์​ถาม​พวกเขา​ว่า “ระหว่าง​ทาง พวกท่าน​เถียง​กัน​เรื่อง​อะไร?”
MAR 9:34 แต่​พวกเขา​นิ่ง​เงียบ เพราะ​ระหว่าง​ทาง​พวกเขา​เถียง​กัน​ว่า​ใคร​ยิ่งใหญ่​ที่สุด
MAR 9:35 พระองค์​นั่ง​ลง เรียก​สิบสอง​คน​มา และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ถ้า​ใคร​ต้องการ​เป็น​คน​แรก เขา​ต้อง​เป็น​คน​สุดท้าย​ของ​ทุกคน และ​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​ทุกคน”
MAR 9:36 พระองค์​พา​เด็ก​เล็ก​คน​หนึ่ง​มา​ยืน​ท่ามกลาง​พวกเขา แล้ว​อุ้ม​เด็ก​ไว้​ใน​อ้อมแขน และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า
MAR 9:37 “ผู้ใด​ต้อนรับ​เด็ก​เล็ก​เช่นนี้​คน​หนึ่ง​ใน​นาม​ของ​เรา ก็​ต้อนรับ​เรา และ​ผู้ใด​ต้อนรับ​เรา ก็​ไม่​ได้​ต้อนรับ​เพียง​เรา แต่​ต้อนรับ​ผู้​ที่​ส่ง​เรา​มา”
MAR 9:38 ยอห์น​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “อาจารย์ พวกเรา​เห็น​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ไม่​ได้​ติดตาม​พวกเรา กำลัง​ขับ​ปีศาจ​ใน​นาม​ของ​ท่าน พวกเรา​จึง​ห้าม​เขา เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ติดตาม​พวกเรา”
MAR 9:39 แต่​พระเยซู​กล่าว​ว่า “อย่า​ห้าม​เขา เพราะ​ไม่​มี​ใคร​ที่​ทำ​การ​อัศจรรย์​อัน​ยิ่งใหญ่​ใน​นาม​ของ​เรา แล้ว​จะ​พูด​ร้าย​ถึง​เรา​ได้​ทันที
MAR 9:40 เพราะ​ผู้​ที่​ไม่​ต่อต้าน​พวกเรา ก็​อยู่​ฝ่าย​พวกเรา
MAR 9:41 เพราะ​ผู้ใด​ให้​น้ำ​หนึ่ง​ถ้วย​แก่​พวกท่าน​ดื่ม​ใน​นาม​ของ​เรา เพราะ​พวกท่าน​เป็น​คน​ของ​พระคริสต์ เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า ผู้​นั้น​จะ​ไม่​สูญเสีย​รางวัล​ของ​ตน​อย่าง​แน่นอน
MAR 9:42 “ผู้ใด​ทำ​ให้​คน​เล็ก ๆ เหล่านี้​คน​หนึ่ง​ที่​เชื่อ​ใน​เรา​สะดุดล้ม สำหรับ​ผู้​นั้น ถ้า​เอา​หินโม่​ผูก​คอ​เขา​แล้ว​โยน​เขา​ลง​ทะเล ก็​ยัง​ดี​กว่า
MAR 9:43 ถ้า​มือ​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​สะดุดล้ม จง​ตัด​มัน​ทิ้ง เจ้า​เข้า​สู่​ชีวิต​โดย​มือ​ขาด​ข้าง​หนึ่ง ยัง​ดี​กว่า​มี​มือ​สอง​ข้าง​แล้ว​ต้อง​ไป​ยัง​เกเฮนนา สู่​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ
MAR 9:44 ‘ที่​นั่น หนอน​ของ​พวกเขา​ไม่​ตาย และ​ไฟ​ก็​ไม่​ดับ’
MAR 9:45 ถ้า​เท้า​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​สะดุดล้ม จง​ตัด​มัน​ทิ้ง เจ้า​เข้า​สู่​ชีวิต​โดย​ขา​พิการ ยัง​ดี​กว่า​มี​เท้า​สอง​ข้าง​แล้ว​ถูก​โยน​เข้า​ไป​ใน​เกเฮนนา สู่​ไฟ​ที่​ไม่​มี​วัน​ดับ
MAR 9:46 ‘ที่​นั่น หนอน​ของ​พวกเขา​ไม่​ตาย และ​ไฟ​ก็​ไม่​ดับ’
MAR 9:47 ถ้า​ตา​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​สะดุดล้ม จง​ควัก​มัน​ทิ้ง เจ้า​เข้า​สู่​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ด้วย​ตา​ข้าง​เดียว ยัง​ดี​กว่า​มี​ตา​สอง​ข้าง​แล้ว​ถูก​โยน​เข้า​ไป​ใน​เกเฮนนา แห่ง​ไฟ
MAR 9:48 ‘ที่​นั่น หนอน​ของ​พวกเขา​ไม่​ตาย และ​ไฟ​ก็​ไม่​ดับ’
MAR 9:49 เพราะ​ทุกคน​จะ​ถูก​ใส่​เกลือ​ด้วย​ไฟ และ​เครื่องบูชา​ทุกอย่าง​จะ​ถูก​ปรุง​ด้วย​เกลือ
MAR 9:50 เกลือ​เป็น​สิ่ง​ดี แต่​ถ้า​เกลือ​หมด​ความเค็ม พวกท่าน​จะ​ทำ​ให้​มัน​เค็ม​อีก​ด้วย​อะไร? จง​มี​เกลือ​อยู่​ใน​ตัว​พวกท่าน และ​อยู่​อย่าง​สงบสุข​ต่อ​กัน”
MAR 10:1 พระองค์​ลุก​จาก​ที่​นั่น และ​มา​ยัง​เขตแดน​แคว้น​ยูเดีย​กับ​บริเวณ​อีก​ฟาก​แม่น้ำ​จอร์แดน ฝูงชน​มา​รวม​กัน​รอบ​พระองค์​อีก และ​พระองค์​ก็​สอน​พวกเขา​อีก​เช่นเคย
MAR 10:2 พวก​ฟาริสี​มา​หา​พระองค์​เพื่อ​ทดสอบ และ​ถาม​ว่า “ผู้ชาย​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​หย่า​ภรรยา​หรือ​ไม่?”
MAR 10:3 พระองค์​ตอบ​ว่า “โมเสส​สั่ง​พวกท่าน​ไว้​ว่า​อย่างไร?”
MAR 10:4 พวกเขา​ตอบ​ว่า “โมเสส​อนุญาต​ให้​เขียน​หนังสือ​รับรอง​การ​หย่า แล้ว​หย่า​ภรรยา​ได้”
MAR 10:5 แต่​พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เพราะ​ใจ​ของ​พวกท่าน​แข็งกระด้าง โมเสส​จึง​เขียน​คำสั่ง​นี้​ไว้​ให้​พวกท่าน
MAR 10:6 แต่​ตั้งแต่​เริ่ม​สร้าง พระเจ้า​สร้าง​พวกเขา​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิง
MAR 10:7 เพราะ​เหตุ​นี้ ผู้ชาย​จะ​ละ​บิดา​และ​มารดา และ​ผูกพัน​กับ​ภรรยา​ของ​ตน
MAR 10:8 และ​ทั้ง​สอง​จะ​เป็น​เนื้อ​เดียวกัน ดังนั้น​พวกเขา​จึง​ไม่​เป็น​สอง​อีก​ต่อไป แต่​เป็น​เนื้อ​เดียวกัน
MAR 10:9 เพราะฉะนั้น สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ผูก​ไว้​ด้วยกัน อย่า​ให้​มนุษย์​แยก​ออก​จาก​กัน”
MAR 10:10 เมื่อ​อยู่​ใน​บ้าน สาวก​ของ​พระองค์​ถาม​พระองค์​อีก​เรื่อง​เดียวกัน
MAR 10:11 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ผู้ใด​หย่า​ภรรยา​ของ​ตน​และ​แต่งงาน​กับ​หญิง​อื่น ผู้​นั้น​ก็​ล่วงประเวณี​ต่อ​ภรรยา​ของ​ตน
MAR 10:12 และ​ถ้า​ผู้หญิง​หย่า​สามี​ของ​ตน​และ​แต่งงาน​กับ​ชาย​อื่น นาง​ก็​ล่วงประเวณี”
MAR 10:13 ผู้คน​พา​เด็ก​เล็ก ๆ มา​หา​พระองค์ เพื่อ​ให้​พระองค์​แตะ​พวกเขา แต่​สาวก​ตำหนิ​คน​ที่​พา​เด็ก​มา
MAR 10:14 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​เช่นนั้น พระองค์​ไม่​พอใจ​อย่าง​ยิ่ง และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ปล่อย​ให้​เด็ก​เล็ก ๆ มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​พวกเขา เพราะ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เป็น​ของ​คน​เช่นนี้
MAR 10:15 เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า ผู้ใด​ไม่​รับ​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหมือน​เด็ก​เล็ก ผู้​นั้น​จะ​ไม่​ได้​เข้า​อาณาจักร​นั้น​เลย”
MAR 10:16 พระองค์​อุ้ม​เด็ก​เหล่านั้น​ไว้​ใน​อ้อมแขน วาง​มือ​บน​พวกเขา และ​อวยพร​พวกเขา
MAR 10:17 ขณะ​ที่​พระองค์​กำลัง​ออก​เดินทาง ชาย​คน​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​มา​หา คุกเข่า​ต่อหน้า​พระองค์ และ​ถาม​ว่า “อาจารย์​ที่​ดี ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​จึง​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​นิรันดร์​เป็น​มรดก?”
MAR 10:18 พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​เรียก​เรา​ว่า​ดี? ไม่​มี​ใคร​ดี​นอกจาก​พระเจ้า​เพียง​ผู้​เดียว
MAR 10:19 ท่าน​รู้​คำสั่ง​เหล่านี้​แล้ว คือ ‘อย่า​ฆ่า’ ‘อย่า​ล่วงประเวณี’ ‘อย่า​ลักขโมย’ ‘อย่า​เป็น​พยานเท็จ’ ‘อย่า​ฉ้อโกง’ และ ‘จง​ให้​เกียรติ​บิดา​และ​มารดา​ของ​เจ้า’”
MAR 10:20 ชาย​นั้น​ตอบ​พระองค์​ว่า “อาจารย์ ข้าพเจ้า​ได้​ปฏิบัติ​ตาม​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​ตั้งแต่​ยัง​หนุ่ม”
MAR 10:21 พระเยซู​มอง​เขา​และ​รัก​เขา แล้ว​กล่าว​ว่า “ท่าน​ยัง​ขาด​อยู่​สิ่ง​หนึ่ง จง​ไป​ขาย​ทุกสิ่ง​ที่​ท่าน​มี และ​แจก​ให้​คน​ยากจน แล้ว​ท่าน​จะ​มี​ทรัพย์สมบัติ​ใน​สวรรค์ จากนั้น​จง​มา แบก​กางเขน และ​ติดตาม​เรา”
MAR 10:22 แต่​เมื่อ​ได้ยิน​คำพูด​นั้น สีหน้า​ของ​เขา​ก็​หม่น​ลง และ​จาก​ไป​ด้วย​ความเศร้า เพราะ​เขา​มี​ทรัพย์สมบัติ​มาก
MAR 10:23 พระเยซู​มอง​ไปรอบ ๆ และ​กล่าว​กับ​สาวก​ว่า “คน​ที่​มี​ทรัพย์สมบัติ​จะ​เข้า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ได้​ยาก​เพียงไร!”
MAR 10:24 สาวก​ประหลาดใจ​กับ​คำพูด​ของ​พระองค์ แต่​พระเยซู​ตอบ​อีก​ว่า “ลูก ๆ เอ๋ย คน​ที่​วางใจ​ใน​ทรัพย์สมบัติ​จะ​เข้า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ได้​ยาก​เพียงไร!
MAR 10:25 อูฐ​ลอด​รูเข็ม​ยัง​ง่าย​กว่า​คน​มั่งมี​เข้า​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”
MAR 10:26 พวกเขา​ยิ่ง​ประหลาดใจ​อย่าง​มาก และ​ถาม​พระองค์​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น ใคร​จะ​รอด​ได้?”
MAR 10:27 พระเยซู​มอง​พวกเขา​และ​กล่าว​ว่า “สำหรับ​มนุษย์​นั้น​เป็นไป​ไม่ได้ แต่​สำหรับ​พระเจ้า​ไม่​เป็น​เช่นนั้น เพราะ​ทุกสิ่ง​เป็นไปได้​สำหรับ​พระเจ้า”
MAR 10:28 เปโตร​เริ่ม​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “ดูสิ พวกเรา​ได้​ละ​ทุกสิ่ง​และ​ติดตาม​ท่าน​มา”
MAR 10:29 พระเยซู​กล่าว​ว่า “เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า ไม่​มี​ใคร​ที่​ละ​บ้าน พี่น้อง​ชาย พี่น้อง​หญิง บิดา มารดา ภรรยา ลูก ๆ หรือ​ที่ดิน เพราะ​เรา​และ​เพราะ​ข่าวดี
MAR 10:30 แล้ว​จะ​ไม่​ได้​รับ​มาก​ขึ้น​ร้อย​เท่า​ใน​เวลา​นี้ คือ บ้าน พี่น้อง​ชาย พี่น้อง​หญิง มารดา ลูก ๆ และ​ที่ดิน พร้อม​กับ​การ​ข่มเหง และ​ใน​ยุค​หน้า​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​นิรันดร์
MAR 10:31 แต่​คน​แรก​หลาย​คน​จะ​เป็น​คน​สุดท้าย และ​คน​สุดท้าย​จะ​เป็น​คน​แรก”
MAR 10:32 พวกเขา​กำลัง​เดินทาง​ขึ้น​ไป​ยัง​เยรูซาเล็ม พระเยซู​เดิน​นำหน้า​พวกเขา พวกเขา​ประหลาดใจ และ​คน​ที่​ติดตาม​ก็​กลัว พระองค์​พา​สิบสอง​คน​แยก​ออก​มา​อีกครั้ง และ​เริ่ม​บอก​ถึง​สิ่ง​ที่​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พระองค์
MAR 10:33 “ดูสิ พวกเรา​กำลัง​ขึ้น​ไป​ยัง​เยรูซาเล็ม บุตรมนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ให้​แก่​หัวหน้า​ปุโรหิต​และ​พวก​อาลักษณ์ พวกเขา​จะ​ตัดสิน​ให้​ถึง​ตาย และ​จะ​มอบ​ให้​คนต่างชาติ
MAR 10:34 พวกเขา​จะ​เยาะเย้ย บ้วน​น้ำลาย​ใส่ เฆี่ยนตี และ​ฆ่า ใน​วัน​ที่​สาม บุตรมนุษย์​จะ​ฟื้นขึ้น​มา”
MAR 10:35 ยากอบ​กับ​ยอห์น ลูก​ของ​เศเบดี เข้า​มา​หา​พระองค์ และ​กล่าว​ว่า “อาจารย์ พวกเรา​อยาก​ให้​ท่าน​ทำ​สิ่ง​ที่​พวกเรา​จะ​ขอ”
MAR 10:36 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ต้องการ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้?”
MAR 10:37 พวกเขา​ตอบ​ว่า “ขอ​ให้​พวกเรา​ได้​นั่ง​ใน​พระสิริ​ของ​ท่าน คน​หนึ่ง​ทาง​ขวา​มือ​ของ​ท่าน และ​อีก​คน​หนึ่ง​ทาง​ซ้าย”
MAR 10:38 แต่​พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ไม่​รู้​ว่า​กำลัง​ขอ​อะไร พวกท่าน​ดื่ม​ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​ได้​หรือ? และ​รับ​บัพติศมา​ด้วย​บัพติศมา​ที่​เรา​รับ​ได้​หรือ?”
MAR 10:39 พวกเขา​ตอบ​ว่า “พวกเรา​ทำ​ได้” พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​จะ​ดื่ม​ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​จริง และ​จะ​รับ​บัพติศมา​ด้วย​บัพติศมา​ที่​เรา​รับ
MAR 10:40 แต่​การ​นั่ง​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​ของ​เรา ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่​เรา​จะ​ให้​ได้ ตำแหน่ง​เหล่านั้น​ถูก​เตรียม​ไว้​ให้​ใคร ก็​เป็น​ของ​คน​นั้น”
MAR 10:41 เมื่อ​สิบ​คน​ที่​เหลือ​ได้ยิน ก็​เริ่ม​ไม่​พอใจ​ยากอบ​กับ​ยอห์น
MAR 10:42 พระเยซู​เรียก​พวกเขา​มา และ​กล่าว​ว่า “พวกท่าน​รู้​ว่า ผู้​ที่​ถือ​กัน​ว่า​เป็น​ผู้ปกครอง​ชนชาติต่าง ๆ ก็​วางอำนาจ​เหนือ​พวกเขา และ​คนใหญ่คนโต​ของ​พวกเขา​ก็​ใช้อำนาจ​เหนือ​พวกเขา
MAR 10:43 แต่​ใน​หมู่​พวกท่าน​จะ​ไม่​เป็น​เช่นนั้น ผู้ใด​ต้องการ​เป็น​ใหญ่​ใน​หมู่​พวกท่าน จะ​ต้อง​เป็น​ผู้รับใช้​ของ​พวกท่าน
MAR 10:44 และ​ผู้ใด​ต้องการ​เป็น​คน​แรก​ใน​หมู่​พวกท่าน จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​ทุกคน
MAR 10:45 เพราะ​บุตรมนุษย์​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​ให้​คน​รับใช้ แต่​มา​เพื่อ​รับใช้ และ​ให้​ชีวิต​ของ​ตน​เป็น​ค่าไถ่​เพื่อ​คน​จำนวน​มาก”
MAR 10:46 พวกเขา​มา​ถึง​เยรีโค ขณะ​ที่​พระองค์​ออก​จาก​เยรีโค​พร้อม​กับ​สาวก​และ​ฝูงชน​จำนวน​มาก บารทิเมอัส ลูก​ของ​ทิเมอัส คนขอทาน​ตาบอด กำลัง​นั่ง​อยู่​ข้างทาง
MAR 10:47 เมื่อ​เขา​ได้ยิน​ว่า​เป็น​พระเยซู​ชาวนาซาเร็ธ เขา​ก็​เริ่ม​ร้อง​ว่า “พระเยซู บุตร​ของ​ดาวิด โปรด​เมตตา​ข้าพเจ้า​ด้วย!”
MAR 10:48 หลาย​คน​ตำหนิ​เขา​ให้​เงียบ แต่​เขา​ยิ่ง​ร้อง​ดัง​ขึ้น​ว่า “บุตร​ของ​ดาวิด โปรด​เมตตา​ข้าพเจ้า​ด้วย!”
MAR 10:49 พระเยซู​หยุด​ยืน และ​กล่าว​ว่า “เรียก​เขา​มา” พวกเขา​จึง​เรียก​ชาย​ตาบอด และ​บอก​เขา​ว่า “สบายใจ​ได้! ลุก​ขึ้น เขา​กำลัง​เรียก​ท่าน!”
MAR 10:50 ชาย​นั้น​ทิ้ง​เสื้อคลุม​ของ​ตน กระโดด​ลุก​ขึ้น และ​มา​หา​พระเยซู
MAR 10:51 พระเยซู​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​ต้องการ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้?” ชาย​ตาบอด​ตอบ​ว่า “รับโบนี ขอ​ให้​ข้าพเจ้า​มองเห็น​อีกครั้ง”
MAR 10:52 พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ไป​เถอะ ความเชื่อ​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ท่าน​หาย​แล้ว” ทันที​นั้น เขา​ก็​มองเห็น และ​ติดตาม​พระเยซู​ไป​ตาม​ทาง
MAR 11:1 เมื่อ​พวกเขา​เข้า​มา​ใกล้​เยรูซาเล็ม ถึง​เบธสฟาเก และ​เบธานี ที่​ภูเขา​มะกอกเทศ พระองค์​ส่ง​สาวก​สอง​คน​ไป
MAR 11:2 และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​หมู่บ้าน​ที่​อยู่​ตรงข้าม​พวกท่าน ทันที​ที่​เข้า​ไป พวกท่าน​จะ​พบ​ลูกลา​ตัว​หนึ่ง​ผูก​อยู่ ซึ่ง​ยัง​ไม่​มี​ใคร​เคย​นั่ง จง​แก้​เชือก​และ​พา​มัน​มา
MAR 11:3 ถ้า​ใคร​ถาม​ว่า ‘ทำไม​พวกท่าน​ทำ​เช่นนี้?’ ให้​ตอบ​ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า​ต้องการ​มัน’ แล้ว​เขา​จะ​ส่ง​มัน​กลับ​มา​ที่​นี่​ทันที”
MAR 11:4 พวกเขา​จึง​ไป และ​พบ​ลูกลา​ผูก​อยู่​ที่​ประตู​ข้างนอก​ริม​ถนน​โล่ง พวกเขา​ก็​แก้​เชือก
MAR 11:5 บาง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ถาม​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​กำลัง​ทำ​อะไร ทำไม​จึง​แก้​เชือก​ลูกลา?”
MAR 11:6 พวกเขา​ตอบ​ตาม​ที่​พระเยซู​สั่ง​ไว้ คน​เหล่านั้น​จึง​ยอม​ให้​พวกเขา​ไป
MAR 11:7 พวกเขา​พา​ลูกลา​มา​หา​พระเยซู เอา​เสื้อคลุม​ของ​ตน​พาด​บน​หลัง​มัน แล้ว​พระเยซู​ก็​นั่ง​บน​หลัง​ลา
MAR 11:8 คน​จำนวน​มาก​เอา​เสื้อคลุม​ของ​ตน​ปู​บน​ทาง ส่วน​คน​อื่น​ตัด​กิ่งไม้​จาก​ต้น​มา​ปู​บน​ถนน
MAR 11:9 คน​ที่​เดิน​นำหน้า​และ​คน​ที่​ตาม​มา​ร้อง​ว่า “โฮซันนา! ขอ​ให้​ผู้​ที่​มา​ใน​นาม​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ได้​รับ​พระพร!
MAR 11:10 ขอ​ให้​อาณาจักร​ของ​ดาวิด​บิดา​ของ​เรา ซึ่ง​กำลัง​มา​ใน​นาม​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ได้​รับ​พระพร! โฮซันนา​ใน​ที่​สูงสุด!”
MAR 11:11 พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​พระวิหาร​ที่​เยรูซาเล็ม เมื่อ​มอง​ดู​ทุกสิ่ง​โดยรอบ​แล้ว และ​เวลา​ก็​เย็น​มาก​แล้ว พระองค์​จึง​ออก​ไป​ยัง​เบธานี​พร้อม​กับ​สิบสอง​คน
MAR 11:12 วันรุ่งขึ้น เมื่อ​พวกเขา​ออก​จาก​เบธานี พระองค์​หิว
MAR 11:13 พระองค์​เห็น​ต้นมะเดื่อ​อยู่​แต่​ไกล​มี​ใบ​เต็ม​ต้น จึง​เดิน​เข้า​ไป​ดู​ว่า​จะ​พบ​อะไร​บน​ต้น​หรือ​ไม่ แต่​เมื่อ​ไป​ถึง ก็​ไม่​พบ​อะไร​นอกจาก​ใบ เพราะ​ยัง​ไม่​ถึง​ฤดู​มะเดื่อ
MAR 11:14 พระเยซู​กล่าว​กับ​ต้น​นั้น​ว่า “อย่า​ให้​ใคร​ได้​กิน​ผล​จาก​เจ้า​อีก​ตลอดไป!” และ​สาวก​ของ​พระองค์​ก็​ได้ยิน
MAR 11:15 พวกเขา​มา​ถึง​เยรูซาเล็ม พระเยซู​เข้า​ไป​ใน​พระวิหาร และ​เริ่ม​ขับ​คน​ที่​ขาย​และ​ซื้อ​ของ​ใน​พระวิหาร​ออก​ไป พระองค์​คว่ำ​โต๊ะ​ของ​คน​แลกเงิน และ​ล้ม​ที่นั่ง​ของ​คน​ขาย​นกพิราบ
MAR 11:16 และ​ไม่​ยอม​ให้​ใคร​ขน​ภาชนะ​ผ่าน​พระวิหาร
MAR 11:17 พระองค์​สอน​พวกเขา​ว่า “มี​เขียน​ไว้​ว่า ‘บ้าน​ของ​เรา​จะ​ถูก​เรียก​ว่า​เป็น​บ้าน​แห่ง​การ​อธิษฐาน​สำหรับ​ทุก​ชนชาติ’ ไม่​ใช่​หรือ? แต่​พวกท่าน​กลับ​ทำ​ให้​มัน​เป็น​รัง​ของ​พวกโจร!”
MAR 11:18 หัวหน้า​ปุโรหิต​และ​พวก​อาลักษณ์​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ ก็​หา​ทาง​จะ​กำจัด​พระองค์ เพราะ​พวกเขา​กลัว​พระองค์ เนื่องจาก​ฝูงชน​ทั้งหมด​ประหลาดใจ​ใน​คำสอน​ของ​พระองค์
MAR 11:19 เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น พระองค์​ออก​จาก​เมือง
MAR 11:20 ตอน​เช้า ขณะ​ที่​พวกเขา​เดิน​ผ่าน พวกเขา​เห็น​ต้นมะเดื่อ​เหี่ยวแห้ง​ไป​ตั้งแต่​ราก
MAR 11:21 เปโตร​นึก​ขึ้น​ได้ และ​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “รับบี ดูสิ! ต้นมะเดื่อ​ที่​ท่าน​สาป​นั้น​เหี่ยวแห้ง​ไป​แล้ว”
MAR 11:22 พระเยซู​ตอบ​พวกเขา​ว่า “จง​มี​ความเชื่อ​ใน​พระเจ้า
MAR 11:23 เพราะ​เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า ผู้ใด​พูด​กับ​ภูเขา​นี้​ว่า ‘จง​ถูก​ยก​ขึ้น​และ​โยน​ลง​ใน​ทะเล’ และ​ไม่​สงสัย​ใน​ใจ แต่​เชื่อ​ว่า​สิ่ง​ที่​ตน​พูด​กำลัง​เกิด​ขึ้น ผู้​นั้น​จะ​ได้​ตาม​ที่​ตน​พูด
MAR 11:24 เพราะฉะนั้น เรา​บอก​พวกท่าน​ว่า ทุกสิ่ง​ที่​พวกท่าน​อธิษฐาน​และ​ขอ จง​เชื่อ​ว่า​พวกท่าน​ได้​รับ​แล้ว แล้ว​พวกท่าน​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​นั้น
MAR 11:25 เมื่อ​พวกท่าน​ยืน​อธิษฐาน จง​ยกโทษ​ให้ ถ้า​พวกท่าน​มี​เรื่อง​อะไร​กับ​ใคร เพื่อ​พระบิดา​ของ​พวกท่าน​ผู้​อยู่​ใน​สวรรค์​จะ​ยกโทษ​ความผิด​ของ​พวกท่าน​ด้วย
MAR 11:26 แต่​ถ้า​พวกท่าน​ไม่​ยกโทษ พระบิดา​ของ​พวกท่าน​ผู้​อยู่​ใน​สวรรค์​ก็​จะ​ไม่​ยกโทษ​ความผิด​ของ​พวกท่าน​เช่นกัน”
MAR 11:27 พวกเขา​กลับ​มา​ยัง​เยรูซาเล็ม​อีก ขณะ​ที่​พระองค์​กำลัง​เดิน​อยู่​ใน​พระวิหาร หัวหน้า​ปุโรหิต พวก​อาลักษณ์ และ​พวก​ผู้อาวุโส​ก็​มา​หา​พระองค์
MAR 11:28 และ​เริ่ม​ถาม​ว่า “ท่าน​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ด้วย​อำนาจ​อะไร? หรือ​ใคร​ให้​อำนาจ​นี้​แก่​ท่าน​เพื่อ​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้?”
MAR 11:29 พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เรา​จะ​ถาม​พวกท่าน​หนึ่ง​คำถาม จง​ตอบ​เรา แล้ว​เรา​จะ​บอก​พวกท่าน​ว่า​เรา​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ด้วย​อำนาจ​อะไร
MAR 11:30 บัพติศมา​ของ​ยอห์น​มา​จาก​สวรรค์ หรือ​มา​จาก​มนุษย์? จง​ตอบ​เรา”
MAR 11:31 พวกเขา​ปรึกษา​กัน​ว่า “ถ้า​พวกเรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​สวรรค์’ เขา​จะ​ถาม​ว่า ‘ถ้า​อย่างนั้น ทำไม​พวกท่าน​จึง​ไม่​เชื่อ​ยอห์น?’
MAR 11:32 แต่​ถ้า​พวกเรา​ตอบ​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’...” พวกเขา​กลัว​ประชาชน เพราะ​ทุกคน​ถือ​ว่า​ยอห์น​เป็น​ผู้เผยพระวจนะ​จริง ๆ
MAR 11:33 พวกเขา​จึง​ตอบ​พระเยซู​ว่า “พวกเรา​ไม่​รู้” พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เรา​ก็​จะ​ไม่​บอก​พวกท่าน​เช่นกัน​ว่า​เรา​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ด้วย​อำนาจ​อะไร”
MAR 12:1 พระองค์​เริ่ม​กล่าว​กับ​พวกเขา​เป็น​อุปมา​ว่า “ชาย​คน​หนึ่ง​ปลูก​สวนองุ่น ทำ​รั้ว​ล้อม ขุด​บ่อ​สำหรับ​ย่ำ​องุ่น สร้าง​หอคอย ให้​ชาวสวน​เช่า แล้ว​เดินทาง​ไป​ต่างประเทศ
MAR 12:2 เมื่อ​ถึง​เวลา เขา​ส่ง​คนรับใช้​คน​หนึ่ง​ไป​หา​ชาวสวน เพื่อ​รับ​ส่วน​ของ​ตน​จาก​ผลผลิต​ของ​สวนองุ่น
MAR 12:3 พวกเขา​จับ​คนรับใช้​นั้น เฆี่ยนตี และ​ส่ง​กลับ​ไป​มือเปล่า
MAR 12:4 เขา​ส่ง​คนรับใช้​อีก​คน​หนึ่ง​ไป​หา​พวกเขา พวกเขา​เอา​หิน​ขว้าง​เขา ทำ​ให้​เขา​บาดเจ็บ​ที่​ศีรษะ และ​ส่ง​กลับ​ไป​อย่าง​น่า​อับอาย
MAR 12:5 เขา​ส่ง​อีก​คน​หนึ่ง​ไป และ​พวกเขา​ก็​ฆ่า​คน​นั้น เขา​ยัง​ส่ง​คน​อื่น ๆ อีก​หลาย​คน พวกเขา​เฆี่ยนตี​บาง​คน และ​ฆ่า​บาง​คน
MAR 12:6 เขา​ยัง​มี​อีก​คน​หนึ่ง คือ​บุตร​ที่​รัก​ของ​เขา เขา​จึง​ส่ง​บุตร​นั้น​ไป​หา​พวกเขา​เป็น​คน​สุดท้าย โดย​กล่าว​ว่า ‘พวกเขา​คง​จะ​เคารพ​ลูก​ของ​เรา’
MAR 12:7 แต่​พวก​ชาวสวน​พูด​กัน​ว่า ‘คน​นี้​คือ​ทายาท มา​เถอะ พวกเรา​ฆ่า​เขา​กัน แล้ว​มรดก​จะ​เป็น​ของ​พวกเรา’
MAR 12:8 พวกเขา​จับ​เขา ฆ่า และ​โยน​ออก​ไป​นอก​สวนองุ่น
MAR 12:9 ดังนั้น เจ้าของ​สวนองุ่น​จะ​ทำ​อย่างไร? เขา​จะ​มา​ทำลาย​พวก​ชาวสวน และ​ยก​สวนองุ่น​ให้​คน​อื่น
MAR 12:10 พวกท่าน​ยัง​ไม่​เคย​อ่าน​พระคัมภีร์​ข้อ​นี้​หรือ? ‘ศิลา​ที่​ช่างก่อสร้าง​ปฏิเสธ ได้​กลาย​เป็น​ศิลา​หัวมุม
MAR 12:11 เรื่อง​นี้​มา​จาก​องค์พระผู้เป็นเจ้า และ​เป็น​สิ่ง​น่า​อัศจรรย์​ใน​สายตา​ของ​เรา’?”
MAR 12:12 พวกเขา​พยายาม​จับ​พระองค์ แต่​กลัว​ฝูงชน เพราะ​รู้​ว่า​พระองค์​กล่าว​อุปมา​นี้​ถึง​พวกเขา พวกเขา​จึง​ละ​พระองค์​ไว้​และ​จาก​ไป
MAR 12:13 พวกเขา​ส่ง​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​เฮโรเดียน​บาง​คน​มา​หา​พระองค์ เพื่อ​จับผิด​พระองค์​ด้วย​คำพูด
MAR 12:14 เมื่อ​พวกเขา​มา​ถึง ก็​ถาม​พระองค์​ว่า “อาจารย์ พวกเรา​รู้​ว่า​ท่าน​ซื่อตรง และ​ไม่​เกรงใจ​ใคร เพราะ​ท่าน​ไม่​เห็น​แก่​หน้า​ใคร แต่​สอน​ทาง​ของ​พระเจ้า​ตาม​ความจริง อนุญาต​ให้​จ่าย​ภาษี​ให้​ซีซาร์​หรือ​ไม่?
MAR 12:15 พวกเรา​จะ​จ่าย หรือ​ไม่​จ่าย?” แต่​พระองค์​รู้​ถึง​ความ​หน้าซื่อใจคด​ของ​พวกเขา จึง​กล่าว​ว่า “ทำไม​พวกท่าน​จึง​ทดสอบ​เรา? เอา​เหรียญ​เดนาริอุส​มา​ให้​เรา​ดู”
MAR 12:16 พวกเขา​นำ​มา พระองค์​ถาม​พวกเขา​ว่า “รูป​และ​คำจารึก​นี้​เป็น​ของ​ใคร?” พวกเขา​ตอบ​ว่า “ของ​ซีซาร์”
MAR 12:17 พระเยซู​ตอบ​พวกเขา​ว่า “จง​ให้​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​ซีซาร์​แก่​ซีซาร์ และ​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​พระเจ้า​แก่​พระเจ้า” พวกเขา​ประหลาดใจ​ใน​พระองค์​อย่าง​ยิ่ง
MAR 12:18 พวก​สะดูสี​บาง​คน ซึ่ง​กล่าว​ว่า​ไม่มี​การ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย มา​หา​พระองค์ และ​ถาม​ว่า
MAR 12:19 “อาจารย์ โมเสส​เขียน​ไว้​ให้​พวกเรา​ว่า ‘ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​พี่น้อง​ชาย​ที่​ตาย โดย​ทิ้ง​ภรรยา​ไว้​แต่​ไม่​มี​ลูก ให้​ชาย​คน​นั้น​รับ​ภรรยา​ของ​พี่น้อง​มา​เป็น​ภรรยา​ของ​ตน และ​มี​ลูก​สืบเชื้อสาย​ให้​พี่น้อง​ของ​ตน’
MAR 12:20 มี​พี่น้อง​ชาย​เจ็ด​คน คน​แรก​แต่งงาน แล้ว​ตาย​โดย​ไม่​มี​ลูก​สืบเชื้อสาย
MAR 12:21 คน​ที่​สอง​รับ​หญิง​นั้น​เป็น​ภรรยา แล้ว​ตาย​โดย​ไม่​มี​ลูก​เช่นกัน คน​ที่​สาม​ก็​เหมือนกัน
MAR 12:22 ทั้ง​เจ็ด​คน​รับ​หญิง​นั้น​เป็น​ภรรยา และ​ไม่​มี​ลูก ใน​ที่สุด​หญิง​นั้น​ก็​ตาย​ด้วย
MAR 12:23 ใน​การ​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย เมื่อ​พวกเขา​ฟื้นขึ้น​มา นาง​จะ​เป็น​ภรรยา​ของ​ใคร​ใน​เจ็ด​คน​นั้น? เพราะ​ทั้ง​เจ็ด​คน​เคย​มี​นาง​เป็น​ภรรยา”
MAR 12:24 พระเยซู​ตอบ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​หลงผิด​ไม่​ใช่​หรือ เพราะ​ไม่​รู้​พระคัมภีร์ และ​ไม่​รู้​พลัง​ของ​พระเจ้า?
MAR 12:25 เพราะ​เมื่อ​พวกเขา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย พวกเขา​จะ​ไม่​แต่งงาน และ​ไม่​ถูก​ยก​ให้​แต่งงาน แต่​เป็น​เหมือน​ทูตสวรรค์​ใน​สวรรค์
MAR 12:26 ส่วน​เรื่อง​คนตาย​ว่า​จะ​ฟื้นขึ้น​มา พวกท่าน​ไม่​ได้​อ่าน​ใน​หนังสือ​ของ​โมเสส ใน​ตอน​ที่​กล่าว​ถึง​พุ่มไม้​หรือ ว่า​พระเจ้า​กล่าว​กับ​เขา​ว่า ‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม พระเจ้า​ของ​อิสอัค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’?
MAR 12:27 พระองค์​ไม่​ใช่​พระเจ้า​ของ​คนตาย แต่​เป็น​พระเจ้า​ของ​คนเป็น ดังนั้น​พวกท่าน​จึง​หลงผิด​อย่าง​มาก”
MAR 12:28 อาลักษณ์​คน​หนึ่ง​มา​ถึง และ​ได้ยิน​พวกเขา​ถก​กัน เมื่อ​รู้​ว่า​พระองค์​ตอบ​พวกเขา​ได้​ดี จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “คำสั่ง​ข้อ​ใด​สำคัญ​ที่สุด​ใน​บรรดา​คำสั่ง​ทั้งหมด?”
MAR 12:29 พระเยซู​ตอบ​ว่า “คำสั่ง​ข้อ​สำคัญ​ที่สุด​คือ ‘อิสราเอลเอ๋ย จง​ฟัง องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า​ของ​เรา องค์พระผู้เป็นเจ้า​เป็น​หนึ่งเดียว
MAR 12:30 จง​รัก​องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า​ของ​เจ้า ด้วย​สุดใจ สุดชีวิต สุด​ความคิด และ​สุดกำลัง​ของ​เจ้า’ นี่​คือ​คำสั่ง​ข้อ​แรก
MAR 12:31 ข้อ​ที่​สอง​ก็​เหมือน​กัน คือ ‘จง​รัก​เพื่อนบ้าน​ของ​เจ้า​เหมือน​รัก​ตนเอง’ ไม่​มี​คำสั่ง​ข้อ​อื่น​ใด​สำคัญ​กว่า​สอง​ข้อ​นี้”
MAR 12:32 อาลักษณ์​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “อาจารย์ ท่าน​กล่าว​ถูกต้อง​แล้ว​ว่า พระองค์​เป็น​หนึ่งเดียว และ​ไม่​มี​ผู้​อื่น​นอกจาก​พระองค์
MAR 12:33 และ​การ​รัก​พระองค์​ด้วย​สุดใจ สุด​ความเข้าใจ สุดชีวิต และ​สุดกำลัง และ​รัก​เพื่อนบ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง สำคัญ​กว่า​เครื่อง​เผาบูชา​ทั้งตัว​และ​เครื่องบูชา​ทั้งหมด”
MAR 12:34 เมื่อ​พระเยซู​เห็น​ว่า​เขา​ตอบ​อย่าง​มี​ปัญญา พระองค์​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​อยู่​ไม่​ไกล​จาก​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า” หลัง​จาก​นั้น ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​พระองค์​อีก
MAR 12:35 ขณะ​ที่​พระเยซู​กำลัง​สอน​ใน​พระวิหาร พระองค์​กล่าว​ว่า “ทำไม​พวก​อาลักษณ์​จึง​กล่าว​ว่า​พระคริสต์​เป็น​บุตร​ของ​ดาวิด?
MAR 12:36 เพราะ​ดาวิด​เอง​กล่าว​โดย​พระวิญญาณบริสุทธิ์​ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า​กล่าว​แก่​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า “จง​นั่ง​ทาง​ขวา​มือ​ของ​เรา จนกว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​เจ้า​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​เจ้า”’
MAR 12:37 ดังนั้น ดาวิด​เอง​เรียก​พระคริสต์​ว่า​องค์พระผู้เป็นเจ้า แล้ว​พระคริสต์​จะ​เป็น​บุตร​ของ​ดาวิด​ได้​อย่างไร?” ประชาชน​ทั่วไป​ฟัง​พระองค์​ด้วย​ความ​ยินดี
MAR 12:38 ใน​คำสอน​ของ​พระองค์ พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “จง​ระวัง​พวก​อาลักษณ์ พวกเขา​ชอบ​เดิน​ไปมา​ใน​เสื้อคลุม​ยาว และ​ชอบ​ให้​คน​ทักทาย​ใน​ตลาด
MAR 12:39 ชอบ​ที่นั่ง​ที่​ดีที่สุด​ใน​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว และ​ที่​มี​เกียรติ​ที่สุด​ใน​งานเลี้ยง
MAR 12:40 พวกเขา​กลืนกิน​บ้าน​ของ​หญิงม่าย และ​แสร้ง​อธิษฐาน​ยืดยาว คน​เหล่านี้​จะ​ได้​รับ​การ​ลงโทษ​หนัก​ยิ่ง​ขึ้น”
MAR 12:41 พระเยซู​นั่ง​ลง​ตรงข้าม​ที่​เก็บ​เงินถวาย และ​มองดู​ฝูงชน​หย่อน​เงิน​ลง​ใน​ที่​เก็บ​เงินถวาย คน​มั่งมี​หลาย​คน​ใส่​เงิน​จำนวน​มาก
MAR 12:42 หญิงม่าย​ยากจน​คน​หนึ่ง​มา และ​ใส่​เหรียญ​ทองเหลือง​เล็ก ๆ สอง​เหรียญ ซึ่ง​รวมกัน​เท่ากับ​เหรียญ​ควอดรันส์​หนึ่ง​เหรียญ
MAR 12:43 พระองค์​เรียก​สาวก​มา​หา และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า หญิงม่าย​ยากจน​คน​นี้​ถวาย​มาก​กว่า​ทุกคน​ที่​กำลัง​ถวาย​เงิน​ลง​ใน​ที่​เก็บ​เงินถวาย
MAR 12:44 เพราะ​ทุกคน​ถวาย​จาก​ส่วน​ที่​เหลือเฟือ​ของ​ตน แต่​นาง​ถวาย​จาก​ความ​ยากจน คือ​ถวาย​ทุกสิ่ง​ที่​มี เงิน​ทั้งหมด​ที่​ใช้​เลี้ยงชีพ”
MAR 13:1 ขณะ​ที่​พระองค์​ออก​จาก​พระวิหาร สาวก​คน​หนึ่ง​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “อาจารย์ ดูสิ หิน​เหล่านี้​ช่าง​ใหญ่โต และ​อาคาร​เหล่านี้​ช่าง​ยิ่งใหญ่!”
MAR 13:2 พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​เห็น​อาคาร​ใหญ่โต​เหล่านี้​หรือ? ที่​นี่​จะ​ไม่​เหลือ​หิน​ซ้อน​กัน​อยู่​แม้​แต่​ก้อน​เดียว ทุก​ก้อน​จะ​ถูก​ทลาย​ลง”
MAR 13:3 เมื่อ​พระองค์​นั่ง​อยู่​บน​ภูเขา​มะกอกเทศ ตรงข้าม​พระวิหาร เปโตร ยากอบ ยอห์น และ​อันดรูว์​ถาม​พระองค์​เป็นการ​ส่วนตัว​ว่า
MAR 13:4 “โปรด​บอก​พวกเรา​ว่า สิ่ง​เหล่านี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อไร? และ​มี​หมายสำคัญ​อะไร​เมื่อ​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​กำลัง​จะ​สำเร็จ?”
MAR 13:5 พระเยซู​เริ่ม​ตอบ​พวกเขา​ว่า “จง​ระวัง​อย่า​ให้​ใคร​ชักนำ​พวกท่าน​ให้​หลง
MAR 13:6 เพราะ​หลาย​คน​จะ​มา​ใน​นาม​ของ​เรา และ​กล่าว​ว่า ‘เรา​เอง!’ และ​จะ​ชักนำ​คน​จำนวน​มาก​ให้​หลง
MAR 13:7 “เมื่อ​พวกท่าน​ได้ยิน​เรื่อง​สงคราม​และ​ข่าวลือ​เรื่อง​สงคราม อย่า​ตื่นตระหนก สิ่ง​เหล่านี้​จำเป็น​ต้อง​เกิด​ขึ้น แต่​ยัง​ไม่​ถึง​จุดจบ
MAR 13:8 เพราะ​ชนชาติ​จะ​ลุก​ขึ้น​ต่อสู้​ชนชาติ และ​อาณาจักร​ต่อสู้​อาณาจักร จะ​เกิด​แผ่นดินไหว​ใน​หลาย​แห่ง จะ​มี​การ​กันดารอาหาร​และ​ความ​เดือดร้อน สิ่ง​เหล่านี้​เป็น​จุดเริ่มต้น​ของ​ความเจ็บปวด​ในการ​คลอด
MAR 13:9 “แต่​พวกท่าน​จง​ระวัง​ตัว เพราะ​พวกเขา​จะ​มอบ​พวกท่าน​ให้​แก่​สภา พวกท่าน​จะ​ถูก​เฆี่ยน​ใน​สถานที่​ประชุม​ของ​ชาวยิว และ​จะ​ยืน​ต่อหน้า​ผู้ปกครอง​และ​กษัตริย์​เพราะ​เรา เพื่อ​เป็น​พยาน​แก่​พวกเขา
MAR 13:10 ข่าวดี​ต้อง​ถูก​ประกาศ​แก่​ทุก​ชนชาติ​ก่อน
MAR 13:11 เมื่อ​พวกเขา​นำ​พวกท่าน​ไป​ส่งมอบ อย่า​กังวล​ล่วงหน้า หรือ​คิด​เตรียม​ไว้​ว่า​จะ​พูด​อะไร แต่​ใน​เวลา​นั้น คำ​ใด​ที่​มอบ​ให้​พวกท่าน ก็​จง​พูด​คำ​นั้น เพราะ​ผู้​ที่​พูด​ไม่​ใช่​พวกท่าน แต่​เป็น​พระวิญญาณบริสุทธิ์
MAR 13:12 “พี่น้อง​จะ​มอบ​พี่น้อง​ให้​ถึง​ตาย และ​บิดา​จะ​มอบ​ลูก ลูก ๆ จะ​ลุก​ขึ้น​ต่อต้าน​บิดา​มารดา และ​ทำ​ให้​พวกเขา​ถูก​ประหาร
MAR 13:13 ทุกคน​จะ​เกลียดชัง​พวกท่าน​เพราะ​นาม​ของ​เรา แต่​ผู้​ที่​อดทน​จน​ถึง​ที่สุด​จะ​รอด
MAR 13:14 “แต่​เมื่อ​พวกท่าน​เห็น​สิ่ง​น่าสะอิดสะเอียน​ที่​ทำ​ให้​รกร้าง ซึ่ง​ดาเนียล​ผู้เผยพระวจนะ​กล่าว​ถึง ยืน​อยู่​ใน​ที่​ซึ่ง​ไม่​ควร​อยู่” (ผู้​อ่าน​จง​เข้าใจ) “เวลา​นั้น ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​ยูเดีย​หนี​ไป​ยัง​ภูเขา
MAR 13:15 คน​ที่​อยู่​บน​ดาดฟ้า​อย่า​ลง​มา หรือ​เข้า​ไป​หยิบ​สิ่ง​ใด​ออก​จาก​บ้าน
MAR 13:16 คน​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​อย่า​กลับ​ไป​เอา​เสื้อคลุม​ของ​ตน
MAR 13:17 แต่​วิบัติ​แก่​หญิง​ที่​ตั้งครรภ์​และ​หญิง​ที่​ให้นม​ลูก​ใน​วัน​เหล่านั้น!
MAR 13:18 จง​อธิษฐาน​ขอ​ให้​การ​หนี​ของ​พวกท่าน​ไม่​เกิด​ขึ้น​ใน​ฤดูหนาว
MAR 13:19 เพราะ​ใน​วัน​เหล่านั้น​จะ​มี​ความ​ทุกข์ยาก ซึ่ง​ไม่​เคย​มี​อย่าง​นั้น​ตั้งแต่​พระเจ้า​เริ่ม​สร้าง​จน​ถึง​บัดนี้ และ​จะ​ไม่​มี​อีก
MAR 13:20 ถ้า​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ไม่​ทำ​ให้​วัน​เหล่านั้น​สั้น​ลง ก็​จะ​ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​รอด แต่​เพราะ​เห็น​แก่​ผู้​ที่​พระองค์​เลือก​ไว้ ซึ่ง​พระองค์​ได้​เลือก​ไว้ พระองค์​จึง​ทำ​ให้​วัน​เหล่านั้น​สั้น​ลง
MAR 13:21 เวลา​นั้น ถ้า​ใคร​บอก​พวกท่าน​ว่า ‘ดูสิ พระคริสต์​อยู่​ที่​นี่!’ หรือ ‘ดูสิ อยู่​ที่​นั่น!’ อย่า​เชื่อ
MAR 13:22 เพราะ​จะ​มี​พระคริสต์​ปลอม​และ​ผู้เผยพระวจนะ​ปลอม​เกิด​ขึ้น พวกเขา​จะ​แสดง​หมายสำคัญ​และ​การ​อัศจรรย์ เพื่อ​ชักนำ​ให้​หลง ถ้า​เป็นไปได้ แม้​แต่​ผู้​ที่​พระองค์​เลือก​ไว้
MAR 13:23 แต่​พวกท่าน​จง​ระวัง “ดูสิ เรา​ได้​บอก​ทุกสิ่ง​แก่​พวกท่าน​ไว้​ล่วงหน้า​แล้ว
MAR 13:24 แต่​ใน​วัน​เหล่านั้น หลัง​จาก​ความ​ทุกข์ยาก​นั้น ดวงอาทิตย์​จะ​มืด​ลง และ​ดวงจันทร์​จะ​ไม่​ส่องแสง
MAR 13:25 ดวงดาว​จะ​ตก​จาก​ฟ้า และ​พลัง​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​ใน​สวรรค์​จะ​สั่นสะเทือน
MAR 13:26 แล้ว​พวกเขา​จะ​เห็น​บุตรมนุษย์​มา​ใน​หมู่​เมฆ ด้วย​พลัง​ยิ่งใหญ่​และ​พระสิริ
MAR 13:27 แล้ว​บุตรมนุษย์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​ตน​ออก​ไป และ​รวบรวม​ผู้​ที่​พระองค์​เลือก​ไว้​จาก​ลม​ทั้ง​สี่​ทิศ ตั้งแต่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก​จน​ถึง​สุด​ปลาย​ฟ้า
MAR 13:28 “จง​เรียนรู้​อุปมา​นี้​จาก​ต้นมะเดื่อ เมื่อ​กิ่ง​ของ​มัน​อ่อน​ลง​และ​ผลิ​ใบ พวกท่าน​ก็​รู้​ว่า​ฤดูร้อน​ใกล้​มา​แล้ว
MAR 13:29 เช่นเดียวกัน เมื่อ​พวกท่าน​เห็น​สิ่ง​เหล่านี้​กำลัง​เกิด​ขึ้น ก็​จง​รู้​ว่า​ใกล้​แล้ว อยู่​ที่​ประตู
MAR 13:30 เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า คน​รุ่น​นี้ จะ​ไม่​ผ่าน​พ้น​ไป จนกว่า​สิ่ง​เหล่านี้​ทั้งหมด​จะ​เกิด​ขึ้น
MAR 13:31 สวรรค์​และ​แผ่นดิน​จะ​ผ่าน​พ้น​ไป แต่​คำพูด​ของ​เรา​จะ​ไม่​ผ่าน​พ้น​ไป
MAR 13:32 “แต่​วัน​นั้น​หรือ​ชั่วโมง​นั้น​ไม่​มี​ใคร​รู้ แม้​แต่​ทูตสวรรค์​ใน​สวรรค์ หรือ​พระบุตร ก็​ไม่​รู้ มี​เพียง​พระบิดา​เท่านั้น
MAR 13:33 จง​ระวัง จง​ตื่นตัว และ​อธิษฐาน เพราะ​พวกท่าน​ไม่​รู้​ว่า​เวลา​นั้น​จะ​มา​เมื่อไร
MAR 13:34 “เรื่อง​นี้​เหมือน​ชาย​คน​หนึ่ง​เดินทาง​ไป​ต่างประเทศ เขา​ออก​จาก​บ้าน มอบ​อำนาจ​ให้​คนรับใช้ และ​มอบ​งาน​ให้​แต่ละ​คน อีกทั้ง​สั่ง​คนเฝ้าประตู​ให้​คอย​เฝ้าระวัง
MAR 13:35 เพราะฉะนั้น จง​เฝ้าระวัง เพราะ​พวกท่าน​ไม่​รู้​ว่า​เจ้าของบ้าน​จะ​มา​เมื่อไร อาจ​เป็น​เวลา​เย็น เที่ยงคืน ตอน​ไก่​ขัน หรือ​ตอน​เช้า
MAR 13:36 มิฉะนั้น เมื่อ​เขา​มา​อย่าง​กะทันหัน อาจ​พบ​พวกท่าน​กำลัง​หลับ​อยู่
MAR 13:37 สิ่ง​ที่​เรา​บอก​พวกท่าน เรา​ก็​บอก​ทุกคน​ว่า จง​เฝ้าระวัง!”
MAR 14:1 อีก​สอง​วัน​จะ​ถึง​เทศกาล​ปัสกา​และ​เทศกาล​ขนมปัง​ไร้เชื้อ หัวหน้า​ปุโรหิต​และ​พวก​อาลักษณ์​หา​ทาง​จับ​พระองค์​ด้วย​อุบาย​และ​ฆ่า​เสีย
MAR 14:2 เพราะ​พวกเขา​พูด​ว่า “อย่า​ทำ​ใน​ช่วง​เทศกาล มิฉะนั้น​ประชาชน​อาจ​ก่อ​จลาจล”
MAR 14:3 ขณะ​ที่​พระองค์​อยู่​ที่​เบธานี ใน​บ้าน​ของ​ซีโมน​ผู้​เป็น​โรคเรื้อน และ​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​โต๊ะอาหาร มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ถือ​ขวด​อะลาบาสเตอร์​ที่​บรรจุ​น้ำมันหอม​จาก​นาร์ด​บริสุทธิ์​ราคา​แพง​มาก​เข้า​มา นาง​ทุบ​ขวด​แล้ว​เท​น้ำมันหอม​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​พระองค์
MAR 14:4 แต่​บาง​คน​ไม่​พอใจ และ​พูด​กัน​ว่า “ทำไม​จึง​ทำ​ให้​น้ำมันหอม​นี้​สูญเปล่า?
MAR 14:5 เพราะ​น้ำมันหอม​นี้​ขาย​ได้​มาก​กว่า​สามร้อย​เดนาริอุส แล้ว​เอา​เงิน​ให้​คน​ยากจน​ก็​ได้” พวกเขา​จึง​บ่นว่า​นาง
MAR 14:6 แต่​พระเยซู​กล่าว​ว่า “ปล่อย​นาง​เถอะ ทำไม​พวกท่าน​จึง​รบกวน​นาง? นาง​ได้​ทำ​สิ่ง​ดี​แก่​เรา
MAR 14:7 เพราะ​พวกท่าน​มี​คน​ยากจน​อยู่​กับ​พวกท่าน​เสมอ และ​เมื่อไร​ที่​พวกท่าน​ต้องการ ก็​ทำ​ดี​แก่​พวกเขา​ได้ แต่​พวกท่าน​จะ​ไม่​มี​เรา​อยู่​ด้วย​เสมอ
MAR 14:8 นาง​ทำ​สิ่ง​ที่​ทำ​ได้ นาง​ชโลม​ร่างกาย​ของ​เรา​ไว้​ล่วงหน้า​เพื่อ​การ​ฝังศพ
MAR 14:9 เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า ข่าวดี​นี้​จะ​ถูก​ประกาศ​ไป​ที่​ใด​ทั่ว​โลก สิ่ง​ที่​หญิง​คน​นี้​ทำ​ก็​จะ​ถูก​กล่าว​ถึง​ที่​นั่น เพื่อ​ระลึก​ถึง​นาง”
MAR 14:10 ยูดาส​อิสคาริโอท ซึ่ง​เป็น​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน ไป​หา​หัวหน้า​ปุโรหิต เพื่อ​จะ​มอบ​พระองค์​ให้​พวกเขา
MAR 14:11 เมื่อ​พวกเขา​ได้ยิน​เช่นนั้น ก็​ดีใจ และ​สัญญา​ว่า​จะ​ให้​เงิน​แก่​เขา เขา​จึง​หา​โอกาส​เหมาะ​ที่​จะ​มอบ​พระองค์
MAR 14:12 ใน​วัน​แรก​ของ​เทศกาล​ขนมปัง​ไร้เชื้อ เมื่อ​พวกเขา​ถวาย​เครื่องบูชา​ปัสกา สาวก​ถาม​พระองค์​ว่า “ท่าน​ต้องการ​ให้​พวกเรา​ไป​เตรียม​ปัสกา​ให้​ท่าน​รับประทาน​ที่​ไหน?”
MAR 14:13 พระองค์​ส่ง​สาวก​สอง​คน​ไป และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​เมือง แล้ว​จะ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ถือ​เหยือก​น้ำ​มา​พบ​พวกท่าน จง​ตาม​เขา​ไป
MAR 14:14 เขา​เข้า​ไป​ที่​ไหน ก็​ให้​บอก​เจ้าของบ้าน​ที่​นั่น​ว่า ‘อาจารย์​ถาม​ว่า “ห้อง​สำหรับ​แขก​อยู่​ที่​ไหน ที่​เรา​จะ​รับประทาน​ปัสกา​กับ​สาวก​ของ​เรา?”’
MAR 14:15 เขา​จะ​พา​พวกท่าน​ไป​ดู​ห้อง​ใหญ่​ชั้นบน ซึ่ง​จัด​เครื่องเรือน​และ​เตรียม​พร้อม​แล้ว จง​เตรียม​ปัสกา​ให้​พวกเรา​ที่​นั่น”
MAR 14:16 สาวก​ออก​ไป​และ​เข้า​เมือง พบ​ทุกสิ่ง​ตาม​ที่​พระองค์​บอก แล้ว​พวกเขา​ก็​เตรียม​ปัสกา
MAR 14:17 เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น พระองค์​มา​พร้อม​กับ​สิบสอง​คน
MAR 14:18 ขณะ​ที่​พวกเขา​นั่ง​รับประทาน​อาหาร​อยู่ พระเยซู​กล่าว​ว่า “เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า คน​หนึ่ง​ใน​พวกท่าน​จะ​ทรยศ​เรา คือ​คน​ที่​กำลัง​กิน​อาหาร​กับ​เรา”
MAR 14:19 พวกเขา​เริ่ม​เศร้าใจ และ​ถาม​พระองค์​ทีละ​คน​ว่า “คง​ไม่​ใช่​ข้าพเจ้า​ใช่ไหม?” และ​อีก​คน​ก็​ถาม​ว่า “คง​ไม่​ใช่​ข้าพเจ้า​ใช่ไหม?”
MAR 14:20 พระองค์​ตอบ​พวกเขา​ว่า “คือ​คน​หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน คน​ที่​จิ้ม​อาหาร​ใน​ชาม​เดียว​กับ​เรา
MAR 14:21 เพราะ​บุตรมนุษย์​จะ​จาก​ไป​ตาม​ที่​มี​เขียน​ไว้​ถึง​เขา แต่​วิบัติ​แก่​คน​ที่​ทรยศ​บุตรมนุษย์! สำหรับ​คน​นั้น ถ้า​ไม่​ได้​เกิด​มา​ก็​ยัง​ดี​กว่า”
MAR 14:22 ขณะ​ที่​พวกเขา​กำลัง​กิน​อยู่ พระเยซู​หยิบ​ขนมปัง กล่าว​คำ​อวยพร หัก​ขนมปัง​และ​ส่ง​ให้​พวกเขา แล้ว​กล่าว​ว่า “รับ​ไป​กิน นี่​คือ​กาย​ของ​เรา”
MAR 14:23 พระองค์​หยิบ​ถ้วย กล่าว​ขอบพระคุณ แล้ว​ส่ง​ให้​พวกเขา ทุกคน​ก็​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นั้น
MAR 14:24 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “นี่​คือ​โลหิต​ของ​เรา คือ​โลหิต​แห่ง​พันธสัญญา​ใหม่ ซึ่ง​หลั่ง​ออก​เพื่อ​คน​จำนวน​มาก
MAR 14:25 เรา​บอก​ความจริง​แก่​พวกท่าน​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​จาก​ผล​ของ​เถาองุ่น​อีก จน​ถึง​วัน​ที่​เรา​จะ​ดื่ม​ใหม่​ใน​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า”
MAR 14:26 เมื่อ​พวกเขา​ร้อง​เพลงสรรเสริญ​แล้ว ก็​ออก​ไป​ยัง​ภูเขา​มะกอกเทศ
MAR 14:27 พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ทุกคน​จะ​สะดุดล้ม​เพราะ​เรา​ใน​คืนนี้ เพราะ​มี​เขียน​ไว้​ว่า ‘เรา​จะ​ตี​ผู้เลี้ยงแกะ และ​แกะ​จะ​กระจัดกระจาย​ไป’
MAR 14:28 แต่​หลัง​จาก​เรา​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว เรา​จะ​ไป​ยัง​กาลิลี​ก่อน​พวกท่าน”
MAR 14:29 แต่​เปโตร​กล่าว​กับ​พระองค์​ว่า “แม้​ทุกคน​จะ​สะดุดล้ม แต่​ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​สะดุดล้ม”
MAR 14:30 พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความจริง​แก่​ท่าน​ว่า ใน​วันนี้ คืนนี้​เอง ก่อน​ไก่​ขัน​สอง​ครั้ง ท่าน​จะ​ปฏิเสธ​เรา​สาม​ครั้ง”
MAR 14:31 แต่​เขา​ยืนยัน​หนักแน่น​ยิ่ง​ขึ้น​ว่า “แม้​ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​กับ​ท่าน ข้าพเจ้า​ก็​จะ​ไม่​ปฏิเสธ​ท่าน” ทุกคน​ก็​พูด​เช่นเดียวกัน
MAR 14:32 พวกเขา​มา​ถึง​สถานที่​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อ​เกทเสมนี พระองค์​กล่าว​กับ​สาวก​ว่า “นั่ง​อยู่​ที่​นี่ ขณะ​ที่​เรา​อธิษฐาน”
MAR 14:33 พระองค์​พา​เปโตร ยากอบ และ​ยอห์น​ไป​ด้วย แล้ว​เริ่ม​ทุกข์ใจ​และ​หนักใจ​อย่าง​ยิ่ง
MAR 14:34 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “จิตใจ​ของ​เรา​เศร้า​อย่าง​ยิ่ง จน​แทบ​จะ​ตาย จง​อยู่​ที่​นี่​และ​เฝ้าระวัง”
MAR 14:35 พระองค์​เดิน​ต่อ​ไป​อีก​เล็กน้อย ล้ม​ลง​กับ​พื้น และ​อธิษฐาน​ว่า ถ้า​เป็นไปได้ ขอ​ให้​เวลา​นั้น​ผ่าน​พ้น​ไป​จาก​พระองค์
MAR 14:36 พระองค์​กล่าว​ว่า “อับบา พระบิดา ทุกสิ่ง​เป็นไปได้​สำหรับ​พระองค์ โปรด​เอา​ถ้วย​นี้​ไป​จาก​เรา แต่​อย่า​ให้​เป็น​ตาม​ที่​เรา​ต้องการ ให้​เป็น​ตาม​ที่​พระองค์​ต้องการ”
MAR 14:37 พระองค์​กลับ​มา และ​พบ​พวกเขา​กำลัง​หลับ จึง​กล่าว​กับ​เปโตร​ว่า “ซีโมน ท่าน​หลับ​อยู่​หรือ? ท่าน​เฝ้าระวัง​สัก​หนึ่ง​ชั่วโมง​ไม่​ได้​หรือ?
MAR 14:38 จง​เฝ้าระวัง​และ​อธิษฐาน เพื่อ​จะ​ไม่​เข้า​สู่​การ​ทดลอง จิตวิญญาณ​เต็มใจ​ก็​จริง แต่​ร่างกาย​อ่อนแอ”
MAR 14:39 พระองค์​จาก​ไป​อีกครั้ง และ​อธิษฐาน โดย​กล่าว​คำ​เดิม
MAR 14:40 เมื่อ​พระองค์​กลับ​มา​อีก ก็​พบ​พวกเขา​กำลัง​หลับ เพราะ​ตา​ของ​พวกเขา​หนัก​มาก และ​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ตอบ​พระองค์​อย่างไร
MAR 14:41 พระองค์​มา​ครั้ง​ที่​สาม และ​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “ตอนนี้​พวกท่าน​นอน​ต่อ​และ​พัก​เถอะ พอแล้ว เวลา​นั้น​มา​ถึง​แล้ว ดูสิ บุตรมนุษย์​กำลัง​ถูก​ทรยศ และ​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​คนบาป
MAR 14:42 ลุก​ขึ้น! ไป​กัน​เถอะ ดูสิ คน​ที่​ทรยศ​เรา​มา​ใกล้​แล้ว”
MAR 14:43 ทันที​นั้น ขณะ​ที่​พระองค์​ยัง​พูด​อยู่ ยูดาส หนึ่ง​ใน​สิบสอง​คน ก็​มา​ถึง พร้อม​กับ​ฝูงชน​ที่​ถือ​ดาบ​และ​ไม้ตะบอง ซึ่ง​หัวหน้า​ปุโรหิต พวก​อาลักษณ์ และ​พวก​ผู้อาวุโส​ส่ง​มา
MAR 14:44 คน​ที่​ทรยศ​พระองค์​ได้​ให้​สัญญาณ​แก่​พวกเขา​ไว้​ว่า “เรา​จูบ​ใคร คน​นั้น​แหละ จง​จับ​เขา และ​คุม​ตัว​เขา​ไป​อย่าง​แน่นหนา”
MAR 14:45 เมื่อ​ยูดาส​มา​ถึง เขา​ก็​ตรง​เข้า​ไป​หา​พระองค์​ทันที และ​กล่าว​ว่า “รับบี! รับบี!” แล้ว​จูบ​พระองค์
MAR 14:46 พวกเขา​เข้า​จับ​พระองค์​และ​คุม​ตัว​ไว้
MAR 14:47 คน​หนึ่ง​ใน​บรรดา​ผู้​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ ชัก​ดาบ​ออก ฟัน​คนรับใช้​ของ​มหาปุโรหิต และ​ตัด​หู​ของ​เขา​ขาด
MAR 14:48 พระเยซู​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “พวกท่าน​ออก​มา​พร้อม​ดาบ​และ​ไม้ตะบอง​เพื่อ​จับ​เรา เหมือน​มา​จับ​โจร​หรือ?
MAR 14:49 เรา​อยู่​กับ​พวกท่าน​ทุกวัน สอน​อยู่​ใน​พระวิหาร และ​พวกท่าน​ไม่​ได้​จับ​เรา แต่​เรื่อง​นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​พระคัมภีร์​สำเร็จ”
MAR 14:50 ทุกคน​ละ​ทิ้ง​พระองค์​และ​หนี​ไป
MAR 14:51 มี​ชายหนุ่ม​คน​หนึ่ง​ติดตาม​พระองค์ เขา​มี​เพียง​ผ้าลินิน​คลุม​กาย​เปลือย​อยู่ พวก​ชายหนุ่ม​จับ​เขา
MAR 14:52 แต่​เขา​ทิ้ง​ผ้าลินิน​ไว้ และ​หนี​จาก​พวกเขา​ไป​ทั้ง​เปลือย
MAR 14:53 พวกเขา​นำ​พระเยซู​ไป​หา​มหาปุโรหิต หัวหน้า​ปุโรหิต พวก​ผู้อาวุโส และ​พวก​อาลักษณ์​ทั้งหมด​มา​รวม​กัน​ที่​นั่น
MAR 14:54 เปโตร​ติดตาม​พระองค์​ไป​ห่าง ๆ จน​เข้า​ไป​ถึง​ลาน​ของ​มหาปุโรหิต เขา​นั่ง​อยู่​กับ​พวก​เจ้าหน้าที่ และ​ผิง​ไฟ​ให้​อบอุ่น
MAR 14:55 หัวหน้า​ปุโรหิต​และ​สมาชิก​สภา​ทั้งหมด​หา​พยาน​ที่​จะ​กล่าวหา​พระเยซู เพื่อ​จะ​ประหาร​พระองค์ แต่​หา​ไม่​ได้
MAR 14:56 เพราะ​มี​หลาย​คน​เป็น​พยานเท็จ​กล่าวหา​พระองค์ แต่​คำให้การ​ของ​พวกเขา​ไม่​ตรง​กัน
MAR 14:57 บาง​คน​ลุก​ขึ้น​เป็น​พยานเท็จ​กล่าวหา​พระองค์​ว่า
MAR 14:58 “พวกเรา​ได้ยิน​เขา​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ทำลาย​พระวิหาร​นี้​ที่​สร้าง​ด้วย​มือ และ​ภายใน​สาม​วัน เรา​จะ​สร้าง​อีก​หลัง​หนึ่ง​ที่​ไม่​ได้​สร้าง​ด้วย​มือ’”
MAR 14:59 ถึง​อย่างนั้น คำให้การ​ของ​พวกเขา​ก็​ยัง​ไม่​ตรง​กัน
MAR 14:60 มหาปุโรหิต​ยืน​ขึ้น​กลาง​ที่​ประชุม และ​ถาม​พระเยซู​ว่า “ท่าน​ไม่​ตอบ​อะไร​เลย​หรือ? คน​เหล่านี้​เป็น​พยาน​กล่าวหา​ท่าน​เรื่อง​อะไร?”
MAR 14:61 แต่​พระองค์​นิ่ง​เงียบ และ​ไม่​ตอบ​อะไร มหาปุโรหิต​ถาม​พระองค์​อีก​ว่า “ท่าน​คือ​พระคริสต์ พระบุตร​ของ​องค์ผู้​เป็น​ที่​สรรเสริญ​หรือ?”
MAR 14:62 พระเยซู​กล่าว​ว่า “เรา​เป็น และ​พวกท่าน​จะ​เห็น​บุตรมนุษย์​นั่ง​ทาง​ขวา​ของ​องค์ผู้ทรงฤทธิ์ และ​มา​พร้อม​กับ​หมู่​เมฆ​บน​ฟ้า”
MAR 14:63 มหาปุโรหิต​ฉีก​เสื้อผ้า​ของ​ตน และ​กล่าว​ว่า “พวกเรา​ยัง​ต้องการ​พยาน​อะไร​อีก?
MAR 14:64 พวกท่าน​ได้ยิน​คำ​หมิ่นประมาท​พระเจ้า​แล้ว! พวกท่าน​คิด​อย่างไร?” ทุกคน​ตัดสิน​ว่า​พระองค์​สมควร​ตาย
MAR 14:65 บาง​คน​เริ่ม​ถ่มน้ำลาย​ใส่​พระองค์ ปิด​หน้า​พระองค์ และ​ชก​พระองค์ พร้อม​กับ​พูด​ว่า “พยากรณ์​สิ!” พวก​เจ้าหน้าที่​ก็​ตบ​พระองค์​ด้วย​ฝ่ามือ
MAR 14:66 ขณะ​ที่​เปโตร​อยู่​ใน​ลาน​ด้านล่าง สาวใช้​คน​หนึ่ง​ของ​มหาปุโรหิต​เดิน​มา
MAR 14:67 เมื่อ​เห็น​เปโตร​กำลัง​ผิง​ไฟ นาง​มอง​เขา​และ​กล่าว​ว่า “ท่าน​ก็​อยู่​กับ​เยซู​ชาวนาซาเร็ธ​ด้วย!”
MAR 14:68 แต่​เขา​ปฏิเสธ​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่​รู้​และ​ไม่​เข้าใจ​ว่า​ท่าน​พูด​เรื่อง​อะไร” แล้ว​เขา​ออก​ไป​ที่​เฉลียง และ​ไก่​ก็​ขัน
MAR 14:69 สาวใช้​เห็น​เขา และ​เริ่ม​บอก​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​อีก​ว่า “คน​นี้​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวกเขา”
MAR 14:70 แต่​เขา​ปฏิเสธ​อีก หลัง​จาก​นั้น​ไม่​นาน คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ กล่าว​กับ​เปโตร​อีก​ว่า “ท่าน​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวกเขา​แน่ เพราะ​ท่าน​เป็น​ชาวกาลิลี และ​สำเนียง​ของ​ท่าน​ก็​บอก​เช่นนั้น”
MAR 14:71 แต่​เขา​เริ่ม​สาปแช่ง​และ​สาบาน​ว่า “ข้าพเจ้า​ไม่​รู้จัก​ชาย​คน​นี้​ที่​พวกท่าน​พูด​ถึง!”
MAR 14:72 ไก่​ขัน​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง เปโตร​นึก​ถึง​คำ​ที่​พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ก่อน​ไก่​ขัน​สอง​ครั้ง ท่าน​จะ​ปฏิเสธ​เรา​สาม​ครั้ง” เมื่อ​คิด​ถึง​เรื่อง​นั้น เขา​ก็​ร้องไห้
MAR 15:1 ทันที​ที่​ถึง​เวลา​เช้า หัวหน้า​ปุโรหิต พร้อม​กับ​พวก​ผู้อาวุโส พวก​อาลักษณ์ และ​สมาชิก​สภา​ทั้งหมด​ปรึกษา​กัน แล้ว​มัด​พระเยซู พา​ออก​ไป และ​มอบ​พระองค์​ให้​ปีลาต
MAR 15:2 ปีลาต​ถาม​พระองค์​ว่า “ท่าน​คือ​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​หรือ?” พระองค์​ตอบ​ว่า “ท่าน​พูด​เอง”
MAR 15:3 หัวหน้า​ปุโรหิต​กล่าวหา​พระองค์​หลาย​เรื่อง
MAR 15:4 ปีลาต​ถาม​พระองค์​อีก​ว่า “ท่าน​ไม่​ตอบ​อะไร​เลย​หรือ? ดูสิ พวกเขา​เป็น​พยาน​กล่าวหา​ท่าน​ตั้ง​หลาย​เรื่อง!”
MAR 15:5 แต่​พระเยซู​ไม่​ตอบ​อะไร​อีก ทำ​ให้​ปีลาต​ประหลาดใจ
MAR 15:6 ใน​ช่วง​เทศกาล ปีลาต​เคย​ปล่อย​นักโทษ​คน​หนึ่ง​ให้​ประชาชน ตาม​ที่​พวกเขา​ขอ
MAR 15:7 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​บารับบัส ถูก​คุมขัง​อยู่​กับ​พวก​กบฏ ซึ่ง​ได้​ฆ่า​คน​ใน​การ​ก่อกบฏ
MAR 15:8 ฝูงชน​ร้อง​เสียง​ดัง และ​เริ่ม​ขอ​ให้​ปีลาต​ทำ​ตาม​ที่​เขา​เคย​ทำ​ให้​พวกเขา
MAR 15:9 ปีลาต​ตอบ​ว่า “พวกท่าน​ต้องการ​ให้​เรา​ปล่อย​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​ให้​หรือ?”
MAR 15:10 เพราะ​เขา​รู้​ว่า​หัวหน้า​ปุโรหิต​มอบ​พระเยซู​ให้​เขา​เพราะ​ความอิจฉา
MAR 15:11 แต่​หัวหน้า​ปุโรหิต​ยุยง​ฝูงชน ให้​ขอ​ปีลาต​ปล่อย​บารับบัส​แทน
MAR 15:12 ปีลาต​ถาม​พวกเขา​อีก​ว่า “ถ้า​อย่างนั้น เรา​ควร​ทำ​อย่างไร​กับ​คน​ที่​พวกท่าน​เรียก​ว่า​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว?”
MAR 15:13 พวกเขา​ร้อง​อีก​ว่า “ตรึง​เขา​บน​กางเขน!”
MAR 15:14 ปีลาต​ถาม​ว่า “ทำไม? เขา​ทำ​ความชั่ว​อะไร?” แต่​พวกเขา​ยิ่ง​ร้อง​ดัง​ขึ้น​ว่า “ตรึง​เขา​บน​กางเขน!”
MAR 15:15 ปีลาต​ต้องการ​เอาใจ​ฝูงชน จึง​ปล่อย​บารับบัส​ให้​พวกเขา และ​หลัง​จาก​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​พระเยซู​แล้ว ก็​มอบ​พระองค์​ให้​นำ​ไป​ตรึง​บน​กางเขน
MAR 15:16 พวก​ทหาร​นำ​พระองค์​เข้า​ไป​ใน​ลาน ซึ่ง​เรียก​ว่า​ปราเอโทเรียม และ​เรียก​ทหาร​ทั้ง​กอง​มา​รวม​กัน
MAR 15:17 พวกเขา​เอา​เสื้อคลุม​สีม่วง​สวม​ให้​พระองค์ สาน​มงกุฎ​หนาม และ​สวม​ไว้​บน​ศีรษะ​พระองค์
MAR 15:18 พวกเขา​เริ่ม​กล่าว​คำนับ​พระองค์​ว่า “ขอ​กษัตริย์​ของ​ชาวยิว​จง​เจริญ!”
MAR 15:19 พวกเขา​เอา​ไม้อ้อ​ตี​ศีรษะ​พระองค์ ถ่มน้ำลาย​ใส่ และ​คุกเข่า​คำนับ​พระองค์
MAR 15:20 เมื่อ​เยาะเย้ย​พระองค์​เสร็จ​แล้ว พวกเขา​ถอด​เสื้อคลุม​สีม่วง​ออก และ​เอา​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​เอง​สวม​ให้ แล้ว​นำ​พระองค์​ออก​ไป​เพื่อ​ตรึง​บน​กางเขน
MAR 15:21 พวกเขา​บังคับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​เดิน​ผ่าน​มา คือ​ซีโมน​ชาวไซรีน ซึ่ง​มา​จาก​ชนบท และ​เป็น​บิดา​ของ​อเล็กซานเดอร์​กับ​รูฟัส ให้​แบก​กางเขน​ของ​พระองค์
MAR 15:22 พวกเขา​นำ​พระองค์​มา​ยัง​สถานที่​ชื่อ​กลโกธา ซึ่ง​แปล​ว่า “สถานที่​แห่ง​กะโหลกศีรษะ”
MAR 15:23 พวกเขา​เอา​เหล้าองุ่น​ผสม​มดยอบ​ให้​พระองค์​ดื่ม แต่​พระองค์​ไม่​รับ
MAR 15:24 เมื่อ​ตรึง​พระองค์​บน​กางเขน​แล้ว พวกเขา​แบ่ง​เสื้อผ้า​ของ​พระองค์​กัน โดย​จับสลาก​ว่า​ใคร​จะ​ได้​ส่วน​ไหน
MAR 15:25 เวลา​นั้น​เป็น​ชั่วโมง​ที่​สาม เมื่อ​พวกเขา​ตรึง​พระองค์​บน​กางเขน
MAR 15:26 ข้อหา​ที่​เขียน​ติด​ไว้​เหนือ​พระองค์​คือ “กษัตริย์​ของ​ชาวยิว”
MAR 15:27 พวกเขา​ตรึง​โจร​สอง​คน​พร้อม​กับ​พระองค์ คน​หนึ่ง​ทาง​ขวา และ​อีก​คน​หนึ่ง​ทาง​ซ้าย
MAR 15:28 พระคัมภีร์​ก็​สำเร็จ ที่​กล่าว​ว่า “เขา​ถูก​นับ​รวม​กับ​ผู้​ละเมิด”
MAR 15:29 คน​ที่​เดิน​ผ่าน​ไปมา​กล่าว​หมิ่นประมาท​พระองค์ ส่าย​ศีรษะ และ​พูด​ว่า “ฮ้า! เจ้า​คน​ที่​จะ​ทำลาย​พระวิหาร​และ​สร้าง​ขึ้น​ใหม่​ใน​สาม​วัน
MAR 15:30 จง​ช่วย​ตัวเอง และ​ลง​จาก​กางเขน​เสีย!”
MAR 15:31 หัวหน้า​ปุโรหิต​กับ​พวก​อาลักษณ์​ก็​เยาะเย้ย​พระองค์​กัน​เอง​เช่นกัน โดย​พูด​ว่า “เขา​ช่วย​คน​อื่น​ได้ แต่​ช่วย​ตัวเอง​ไม่​ได้
MAR 15:32 ให้​พระคริสต์ กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ลง​จาก​กางเขน​เดี๋ยวนี้ เพื่อ​พวกเรา​จะ​ได้​เห็น​และ​เชื่อ​เขา” คน​ที่​ถูก​ตรึง​พร้อม​กับ​พระองค์​ก็​ด่าว่า​พระองค์​ด้วย
MAR 15:33 เมื่อ​ถึง​ชั่วโมง​ที่​หก ความมืด​ก็​ปกคลุม​ทั่ว​แผ่นดิน​จน​ถึง​ชั่วโมง​ที่​เก้า
MAR 15:34 เมื่อ​ถึง​ชั่วโมง​ที่​เก้า พระเยซู​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี?” ซึ่ง​แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​เรา พระเจ้า​ของ​เรา ทำไม​พระองค์​ทอดทิ้ง​เรา?”
MAR 15:35 บาง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ เมื่อ​ได้ยิน ก็​พูด​ว่า “ดูสิ เขา​กำลัง​เรียก​เอลียาห์”
MAR 15:36 คน​หนึ่ง​วิ่ง​ไป เอา​ฟองน้ำ​ชุบ​น้ำส้มสายชู​จน​เต็ม เสียบ​ไว้​ที่​ปลาย​ไม้อ้อ แล้ว​ส่ง​ให้​พระองค์​ดื่ม พร้อม​กับ​พูด​ว่า “ปล่อย​ไว้​ก่อน ดู​กัน​ว่า​เอลียาห์​จะ​มา​เอา​เขา​ลง​หรือ​ไม่”
MAR 15:37 พระเยซู​ร้อง​เสียง​ดัง แล้ว​สิ้นลมหายใจ
MAR 15:38 ม่าน​ใน​พระวิหาร​ฉีก​ออก​เป็น​สอง​ส่วน ตั้งแต่​บน​ลง​ล่าง
MAR 15:39 เมื่อ​นายร้อย​ที่​ยืน​อยู่​ตรงข้าม​พระองค์​เห็น​ว่า​พระองค์​ร้อง​เช่นนี้​และ​สิ้นลมหายใจ เขา​ก็​กล่าว​ว่า “ชาย​คน​นี้​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า​จริง ๆ!”
MAR 15:40 มี​หญิง​หลาย​คน​มองดู​อยู่​แต่​ไกล ใน​พวก​นาง​มี​มารีย์​ชาวมักดาลา มารีย์​มารดา​ของ​ยากอบ​ผู้น้อย​และ​โยเสส และ​สาโลเม
MAR 15:41 เมื่อ​พระองค์​อยู่​ใน​กาลิลี หญิง​เหล่านี้​ติดตาม​และ​รับใช้​พระองค์ และ​ยัง​มี​หญิง​อื่น ๆ อีก​หลาย​คน​ที่​ขึ้น​มา​ยัง​เยรูซาเล็ม​พร้อม​กับ​พระองค์
MAR 15:42 เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น เนื่องจาก​วัน​นั้น​เป็น​วันเตรียม คือ​วัน​ก่อน​วันสะบาโต
MAR 15:43 โยเซฟ​ชาวอาริมาเธีย สมาชิก​สภา​คน​สำคัญ ซึ่ง​กำลัง​รอคอย​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เช่นกัน มา​ถึง เขา​กล้า​เข้า​ไป​หา​ปีลาต และ​ขอ​ศพ​ของ​พระเยซู
MAR 15:44 ปีลาต​ประหลาดใจ​ที่​ได้ยิน​ว่า​พระองค์​ตาย​แล้ว จึง​เรียก​นายร้อย​มา และ​ถาม​ว่า​พระองค์​ตาย​มา​นาน​แล้ว​หรือ
MAR 15:45 เมื่อ​รู้​จาก​นายร้อย​แล้ว เขา​ก็​มอบ​ศพ​ให้​โยเซฟ
MAR 15:46 โยเซฟ​ซื้อ​ผ้าลินิน แล้ว​เอา​พระองค์​ลง​จาก​กางเขน พัน​ด้วย​ผ้าลินิน และ​วาง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝังศพ​ที่​เจาะ​ไว้​ใน​ศิลา จากนั้น​กลิ้ง​ก้อนหิน​มา​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ฝังศพ
MAR 15:47 มารีย์​ชาวมักดาลา​และ​มารีย์​มารดา​ของ​โยเสส​เห็น​ว่า​พระองค์​ถูก​วาง​ไว้​ที่​ไหน
MAR 16:1 เมื่อ​วันสะบาโต​ผ่าน​พ้น​ไป มารีย์​ชาวมักดาลา มารีย์​มารดา​ของ​ยากอบ และ​สาโลเม​ซื้อ​เครื่องหอม เพื่อ​จะ​มา​ชโลม​พระองค์
MAR 16:2 เช้า​ตรู่​มาก​ใน​วัน​แรก​ของ​สัปดาห์ พวก​นาง​มา​ถึง​อุโมงค์​ฝังศพ​เมื่อ​ดวงอาทิตย์​ขึ้น​แล้ว
MAR 16:3 พวก​นาง​พูด​กัน​ว่า “ใคร​จะ​ช่วย​กลิ้ง​ก้อนหิน​ออก​จาก​ปาก​อุโมงค์​ฝังศพ​ให้​พวกเรา?”
MAR 16:4 เพราะ​ก้อนหิน​นั้น​ใหญ่​มาก เมื่อ​เงยหน้า​ขึ้น พวก​นาง​เห็น​ว่า​ก้อนหิน​ถูก​กลิ้ง​ออก​ไป​แล้ว
MAR 16:5 เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​อุโมงค์​ฝังศพ พวก​นาง​เห็น​ชายหนุ่ม​คน​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​ทาง​ขวา สวม​เสื้อคลุม​สีขาว พวก​นาง​ก็​ตกตะลึง
MAR 16:6 เขา​กล่าว​กับ​พวก​นาง​ว่า “อย่า​ตกตะลึง พวกท่าน​กำลัง​หา​พระเยซู​ชาวนาซาเร็ธ ผู้​ถูก​ตรึง​บน​กางเขน พระองค์​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​แล้ว! พระองค์​ไม่​อยู่​ที่​นี่ ดู​ที่​ซึ่ง​พวกเขา​วาง​พระองค์​ไว้
MAR 16:7 แต่​จง​ไป​บอก​สาวก​ของ​พระองค์​และ​เปโตร​ว่า ‘พระองค์​ไป​ยัง​กาลิลี​ก่อน​พวกท่าน ที่​นั่น​พวกท่าน​จะ​เห็น​พระองค์ ตาม​ที่​พระองค์​บอก​พวกท่าน​ไว้’”
MAR 16:8 พวก​นาง​ออก​มา และ​หนี​ออก​จาก​อุโมงค์​ฝังศพ เพราะ​ตัว​สั่น​และ​ตกตะลึง พวก​นาง​ไม่​บอก​อะไร​แก่​ใคร เพราะ​กลัว
MAR 16:9 เมื่อ​พระองค์​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย​ใน​เวลา​เช้า​ตรู่​ของ​วัน​แรก​ของ​สัปดาห์ พระองค์​ปรากฏ​แก่​มารีย์​ชาวมักดาลา​ก่อน ซึ่ง​พระองค์​เคย​ขับ​ปีศาจ​เจ็ด​ตน​ออก​จาก​นาง
MAR 16:10 นาง​ไป​บอก​คน​ที่​เคย​อยู่​กับ​พระองค์ ขณะ​ที่​พวกเขา​กำลัง​โศกเศร้า​และ​ร้องไห้
MAR 16:11 เมื่อ​พวกเขา​ได้ยิน​ว่า​พระองค์​มี​ชีวิต​อยู่ และ​นาง​ได้​เห็น​พระองค์ พวกเขา​ก็​ไม่​เชื่อ
MAR 16:12 หลัง​จาก​นั้น พระองค์​ปรากฏ​ใน​อีก​รูปลักษณ์​หนึ่ง​แก่​พวกเขา​สอง​คน ขณะ​ที่​กำลัง​เดินทาง​ไป​ชนบท
MAR 16:13 สอง​คน​นั้น​กลับ​ไป​บอก​คน​อื่น ๆ แต่​พวกเขา​ก็​ยัง​ไม่​เชื่อ​สอง​คน​นั้น
MAR 16:14 ต่อมา พระองค์​ปรากฏ​แก่​สิบเอ็ด​คน​ขณะ​ที่​พวกเขา​นั่ง​รับประทาน​อาหาร และ​ตำหนิ​พวกเขา​เรื่อง​ความ​ไม่​เชื่อ​และ​ใจ​แข็งกระด้าง เพราะ​พวกเขา​ไม่​เชื่อ​คน​ที่​ได้​เห็น​พระองค์​หลัง​จาก​พระองค์​ฟื้นขึ้น​จาก​ความตาย
MAR 16:15 พระองค์​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า “จง​ออก​ไป​ทั่ว​โลก และ​ประกาศ​ข่าวดี​แก่​สิ่งสร้าง​ทั้งหมด
MAR 16:16 ผู้​ที่​เชื่อ​และ​รับ​บัพติศมา​จะ​รอด แต่​ผู้​ที่​ไม่​เชื่อ​จะ​ถูก​ตัดสิน​โทษ
MAR 16:17 หมายสำคัญ​เหล่านี้​จะ​ติดตาม​ผู้​ที่​เชื่อ คือ​ใน​นาม​ของ​เรา พวกเขา​จะ​ขับ​ปีศาจ จะ​พูด​ภาษา​ใหม่ ๆ
MAR 16:18 จะ​จับ​งู และ​ถ้า​ดื่ม​สิ่ง​ใด​ที่​มีพิษ​ถึง​ตาย สิ่ง​นั้น​จะ​ไม่​ทำ​อันตราย​พวกเขา​เลย พวกเขา​จะ​วาง​มือ​บน​คนป่วย แล้ว​คนป่วย​จะ​หายดี”
MAR 16:19 หลัง​จาก​องค์พระผู้เป็นเจ้า กล่าว​กับ​พวกเขา​แล้ว พระองค์​ถูก​รับ​ขึ้น​สู่​สวรรค์ และ​นั่ง​ทาง​ขวา​ของ​พระเจ้า
MAR 16:20 พวกเขา​ออก​ไป​ประกาศ​ทั่ว​ทุก​แห่ง องค์พระผู้เป็นเจ้า​ทำงาน​ร่วม​กับ​พวกเขา และ​ยืนยัน​พระวจนะ​ด้วย​หมายสำคัญ​ที่​ติดตาม​มา อาเมน
