​สุภาษิต​
​จุ​ดเริ่มต้นของความรู้
๑ สุภาษิตของซาโลมอน* ​ฉบับ​ 1 ​พงศ์​​กษัตริย์​ 4:32 บันทึ​กว่า​ ซาโลมอนเขียนสุภาษิตมากถึง 3,000 ​บท​ ​บุ​ตรของกษั​ตริ​ย์​ดาว​ิดแห่​งอ​ิสราเอล
 
๒ เพื่อเรียนรู้เรื่องสติปัญญาและระเบียบวิ​นัย​
เพื่อจะได้​หยั่งรู้​ในคำสั่งสอนอันเปี่ยมด้วยสติ​ปัญญา​
๓ เพื่อรับเอาระเบียบวินัยด้วยความเข้าใจ
​ความชอบธรรม​ ความเที่ยงธรรม และความยุ​ติ​​ธรรม​
๔ เพื่อมอบความฉลาดรอบคอบแก่คนเขลา
​ให้ความรู้​และปฏิภาณแก่​ผู้เยาว์​
๕ ​ผู้​​มีสติ​ปัญญาย่อมจะฟังและเรียนรู้​มากขึ้น​
และผู้​ที่​​หยั่งรู้​จะต้องหาคำปรึกษาที่​ดี​
๖ เพื่อเข้าใจสุ​ภาษิต​ ​คำอุปมา​
ถ้อยคำของผู้​มีสติปัญญา​ ​อี​กทั้งไขข้อปริศนาของเขาได้
 
๗ ​ความเกรงกลัว​​พระผู้เป็นเจ้า​คือจุดเริ่มต้นของความรู้
​คนโง่​​ดู​หมิ่นสติปัญญาและระเบียบวิ​นัย​
ฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา
๘ ลูกเอ๋ย จงฟังคำสั่งสอนของบิดาของเจ้าเถิด
และอย่าละเลยคำสอนของมารดาของเจ้า
๙ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นดั่งพวงมาลั​ยอ​ันงามสง่าบนศีรษะของเจ้า
และเป็นเสมือนสร้อยที่คล้องคอเจ้า
๑๐ ลูกเอ๋ย ถ้าพวกคนบาปมาล่อใจเจ้า
​ก็​อย่าหลงตามเขาไป
๑๑ ถ้าพวกเขาพูดว่า “​มาก​ับพวกเรา ​มาด​ักซุ่มเพื่อรอทำร้ายคนให้เลือดตก
เรามาดักโจมตีคนไร้ความผิ​ดก​ันเถอะ
๑๒ เรามากลื​นก​ินพวกเขาทั้งเป็นดั่งหลุ​มล​ึกแห่งแดนคนตายกัน
และจัดการเสียให้ราบคาบเหมือนกับพวกที่ลงไปในหลุมฝังศพ
๑๓ พวกเราจะพบของมีค่านานาชนิด
และจะนำของที่ปล้นได้มาเก็บไว้ในบ้านของเราให้​เต็ม​
๑๔ มาเสี่ยงทายกับพวกเราเถิด
เราทุกคนจะได้​ใช้​จ่ายจากกระเป๋าเดียวกัน”
๑๕ ลูกเอ๋ย อย่าเดินไปทางเดียวกับพวกเขา
จงยั้งเท้าของเจ้าให้ห่างจากทางของเขา
๑๖ เพราะว่าเท้าของพวกเขาวิ่งไปในทางที่​ชั่ว​
และรีบเร่งเพื่อทำร้ายให้เลือดตก
๑๗ ​ไร้ประโยชน์​​ที่​จะเหวี่ยงตาข่าย
​ให้​นกเห็น
๑๘ ​แต่​คนพวกนี้ดักซุ่มเพื่อรอทำร้ายให้เลือดตัวเองตก
เขาก็ทำร้ายชีวิตของตนเองด้วย
๑๙ นั่นแหละคือจุดจบของทุกคนที่กอบโกยหาผลประโยชน์อย่างไม่​เป็นธรรม​
ซึ่งจะคร่าชีวิตของพวกเขาไปด้วย
คำเตือนเรื่องการปฏิเสธสติ​ปัญญา​
๒๐ ​สติ​ปัญญาร้องเสียงดังอยู่​ข้างนอก​
เธอป่าวร้องอยู่​ที่​ลานชุ​มนุ​ม
๒๑ เธอกำลังเปล่งเสียงที่หัวถนนซึ่​งม​ีเสียงอึกทึกครึกโครม
และที่ทางเข้าประตูเมืองเธอก็ร้องด้วยว่า
๒๒ “​เจ้​าคนเขลาเอ๋ย ​เจ้​าจะรักความเซ่อไปนานแค่​ไหน​
คนช่างเย้ยหยันจะชื่นชอบการเย้ยหยันไปอีกนานแค่​ไหน​
และคนโง่จะเกลียดชังความรู้ไปนานเพียงไร
๒๓ จงใส่ใจในคำเตือนของเรา
​ดู​​เถิด​ เราจะหลั่งวิญญาณของเราสู่​เจ้​าทั้งหลาย
เราจะทำให้​เจ้​ารู้คำกล่าวของเรา
๒๔ เป็นเพราะเราได้เรียกเจ้า ​แต่​​เจ้​ากลับปฏิเสธ
เรายื่​นม​ือของเราออกมาให้ ​แต่​​ก็​​ไม่มี​​ผู้​ใดสนใจ
๒๕ พวกเจ้าเพิกเฉยกับคำแนะนำของเรา
และไม่ต้องการคำเตือนของเรา
๒๖ ​แม้แต่​เราก็จะยังหัวเราะเยาะความวิบั​ติ​ของเจ้า
เราจะล้อเลียนเมื่อภัยพิบั​ติ​มาถึงตัวเจ้า
๒๗ เมื่อภัยพิบั​ติ​กระหน่ำสู่​เจ้​าดั่งพายุ
และความวิบั​ติ​ถาโถมเข้าหาเจ้าดั่งพายุ​หมุน​
เมื่อความยากลำบากและความทุกข์มาถึงตัวเจ้า
๒๘ ​ถึงแม้​พวกเขาจะเรียกหาเรา เราก็จะไม่​ตอบ​
ถึงเขาจะเพียรค้นหา ​ก็​จะไม่พบเรา
๒๙ ​ก็​เพราะว่าพวกเขาเกลียดความรู้
และไม่​ได้​เลือกความเกรงกลัว​พระผู้เป็นเจ้า​
๓๐ พวกเขาไม่ยอมรับคำแนะนำของเรา
และปฏิเสธคำเตือนของเรา
๓๑ ​ฉะนั้น​ พวกเขาจะกินผลจากการเลือกของเขาเอง
และจะอิ่มจากผลของแผนการที่ตนได้วางไว้
๓๒ ด้วยว่าคนเขลาถูกฆ่าตายเพราะไม่ยอมฟัง
และการไม่เดือดเนื้อร้อนใจของคนโง่จะทำลายเขาเอง
๓๓ ​แต่​สำหรับผู้​ที่​ฟังเราก็จะอยู่​อย่างปลอดภัย​
และไม่ต้องสะทกสะท้านต่อความเลวร้าย”

*๑:๑ ​ฉบับ​ 1 ​พงศ์​​กษัตริย์​ 4:32 บันทึ​กว่า​ ซาโลมอนเขียนสุภาษิตมากถึง 3,000 ​บท​